VISA EXTENSION & HR GUIDE
ต่อวีซ่า Non-B ต้องทำอย่างไร? เอกสารและขั้นตอนสำหรับ HR
พนักงานต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยและใกล้ครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ ควรเตรียมการขออยู่ต่อตั้งแต่เนิ่น ๆ บทความนี้สรุปสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องตรวจ เอกสารจากพนักงานและบริษัท ขั้นตอนยื่น ตม.7 และเรื่องที่ต้องติดตามหลังยื่นคำขอ
สรุปสั้น ๆ
การต่อวีซ่า Non-B สำหรับผู้ทำงานในไทย โดยทั่วไปหมายถึงการยื่น ขอขยายระยะเวลาพำนัก (Extension of Stay) ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่การออกวีซ่า Non-B เล่มใหม่จากสถานทูต สำหรับกรณีทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตามหลักเกณฑ์ 2.1 เหตุจำเป็นทางธุรกิจ ใช้แบบคำขอ ตม.7 (TM.7) ประกอบหนังสือเดินทาง หลักฐานการทำงาน และเอกสารบริษัท ค่าธรรมเนียมราชการตามคู่มือคือ 1,900 บาท
ควรตรวจ วันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่จริง ในหนังสือเดินทางก่อนกำหนดวันยื่น และตรวจรายการเอกสารกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบสถานประกอบการ เพราะข้อกำหนดย่อยอาจต่างกันตามกรณี
ที่มา: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — คู่มือข้อ 2.1 และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ — เอกสารขออยู่ต่อแบบธุรกิจ
ต่อวีซ่า Non-B คืออะไร และต่างจากการขอวีซ่าครั้งแรกอย่างไร?
หากพนักงานมีใบอนุญาตทำงานที่ต้องต่ออายุด้วย ให้ตรวจแยกจากคำขออยู่ต่อ และอ่าน คู่มือต่ออายุ Work Permit สำหรับฝ่าย HR เพื่อวางแผนสองกระบวนการให้สอดคล้องกัน
หากชาวต่างชาติอยู่ในไทยแต่ยังไม่ได้ถือ Non-B และต้องการตรวจช่องทางเปลี่ยนสถานะ สามารถอ่าน การเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-B ในประเทศไทย ซึ่งต่างจากการยื่นขออยู่ต่อหลังมีสถานะที่เข้าเกณฑ์แล้ว
คำว่า “ต่อวีซ่า Non-B” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป แต่ในทางราชการขั้นตอนที่ผู้ทำงานอยู่ในไทยต้องดำเนินการมักเป็น การขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาตามเหตุผลการพำนักและหลักฐานประกอบ เช่น การทำงานกับบริษัทในประเทศไทย
ส่วน Non-B Visa ที่ขอเพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในช่วงแรกเกี่ยวข้องกับกระบวนการยื่นวีซ่า และ Work Permit เป็นเรื่องการอนุญาตให้ทำงาน การขออยู่ต่อและการต่ออายุ Work Permit จึงมีหน่วยงานและเอกสารต่างกัน แม้ฝ่าย HR ต้องวางแผนร่วมกัน
วันหมดอายุวีซ่า ไม่เท่ากับวันอนุญาตให้อยู่
เวลาวางแผนยื่นต่อ ให้ดูตราประทับหรือหลักฐานล่าสุดที่ระบุ วันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึง (Permission to Stay / Admitted Until) ไม่ใช่ดูวัน Visa Valid Until บนสติกเกอร์หรือเอกสารวีซ่าเพียงอย่างเดียว เพราะสองวันอาจมีความหมายไม่เหมือนกัน
ใครสามารถขออยู่ต่อกรณีทำงานกับบริษัท และ HR ต้องตรวจเงื่อนไขอะไร?
คู่มือข้อ 2.1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้กับกรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องอยู่ปฏิบัติงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนในประเทศไทย การพิจารณาไม่ได้ดูแค่มีวีซ่า Non-B แต่ต้องดูความพร้อมของนายจ้างและการทำงานตามเกณฑ์ด้วย
ข้อมูลหลักที่ควรตรวจล่วงหน้า
- สถานะคนต่างชาติ: มีสถานะการเข้าเมืองที่เข้าเกณฑ์ วันอนุญาตให้อยู่ยังไม่สิ้นสุด และหลักฐานการอนุญาตทำงานตามกรณี
- ข้อมูลการจ้าง: ตำแหน่ง ลักษณะงาน เงินเดือน สัญญาจ้าง และหนังสือรับรองการทำงานต้องสอดคล้องกัน
- หลักเกณฑ์กิจการ: ในกรณีธุรกิจทั่วไป มีเกณฑ์เกี่ยวกับทุนชำระแล้ว ฐานะและการดำเนินธุรกิจจริง รวมถึงสัดส่วนพนักงานไทยต่อคนต่างชาติ และเงินได้ขั้นต่ำตามกลุ่มสัญชาติ โดยมีข้อยกเว้นหรือแนวทางเฉพาะบางกิจการ
- ประวัติเอกสาร: รายการภาษี การส่งเงินสมทบประกันสังคม และหลักฐานสถานที่ทำงานต้องเชื่อมโยงกับข้อมูลบริษัทและพนักงาน
ตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่สำหรับบริษัททั่วไปคือ ทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท และสัดส่วน พนักงานไทย 4 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตัดสินทุกองค์กรโดยอัตโนมัติ เพราะประเภทกิจการและสิทธิพิเศษบางกลุ่มมีเกณฑ์ต่างกัน ควรตรวจคำสั่งและข้อกำหนดปัจจุบันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับเรื่อง
อ้างอิงหลักเกณฑ์: งานบริการตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ — กรณีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ และ แนวทางตรวจคนเข้าเมืองปทุมธานี (กรณี 2.1)
กรณีใดไม่ควรใช้ Checklist นี้แทนทั้งหมด?
บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินการผ่านช่องทางเฉพาะ ผู้ทำงานในสถานศึกษา หรือผู้ถือสถานะอื่น อาจต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเอกสารคนละชุด บทความนี้จึงมุ่งที่ พนักงานบริษัททั่วไปตามกรณี 2.1 เป็นหลัก
ควรต่อวีซ่า Non-B เมื่อไร และต้องยื่นที่ไหน?
ควรเริ่มจากตรวจ วันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ครั้งล่าสุด แล้วติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ เพื่อยืนยันช่วงเวลาที่รับคำขอและวิธีนัดหมาย คู่มือส่วนกลางสำหรับกรณีธุรกิจระบุให้ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตั้งอยู่
ตัวอย่างเช่น แนวทางของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี ระบุช่วงยื่นตั้งแต่ 45 วันก่อนครบกำหนดจนถึงวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ แต่ไม่ควรนำระยะดังกล่าวไปสรุปว่าใช้เหมือนกันทุกสำนักงาน ให้ตรวจพื้นที่รับผิดชอบก่อนนัดพนักงาน
OFFICIAL PROCESS
ช่วงเวลายื่นตามหน่วยงาน
เป็นเกณฑ์การรับคำขอที่ต้องตรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ รวมทั้งสถานะการอนุญาตให้อยู่ปัจจุบันของผู้สมัคร
HR PLANNING TIP
เริ่มรวบรวมเอกสารก่อนล่วงหน้า
HR ควรจัดตารางขอเอกสารจากฝ่ายบัญชีและผู้มีอำนาจลงนามก่อนถึงช่วงยื่นจริง โดยเผื่อเวลาแก้ไขข้อมูลภาษี เอกสารบริษัท และคิวเจ้าหน้าที่
การเตรียมงานล่วงหน้าข้างต้นเป็นคำแนะนำสำหรับ HR ไม่ใช่กำหนดเวลาตามกฎหมาย ส่วนระยะเวลารอผลหรือวันนัดติดตามให้ยึดเอกสารรับคำขอที่เจ้าหน้าที่ออกให้ ไม่ควรถือว่าการยื่นแล้วหมายถึงได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อครบหนึ่งปีโดยอัตโนมัติ
ต่อวีซ่า Non-B ใช้เอกสารอะไรบ้าง? แยกตามผู้รับผิดชอบ
รายการต่อไปนี้สรุปจากคู่มือราชการกรณี 2.1 และแนวทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ โดยจัดกลุ่มใหม่เพื่อให้ HR มอบหมายงานได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่รายการตายตัวสำหรับทุกประเภทคำขอ และบางสำนักงานอาจขอเอกสารเพิ่ม
| เอกสาร / กลุ่มข้อมูล | ผู้เตรียมหลัก | ใช้ตรวจอะไร |
|---|---|---|
| แบบคำขอ ตม.7 และรูปถ่าย | พนักงานต่างชาติ / HR ช่วยประสาน | ข้อมูลผู้ยื่น เหตุผลการขออยู่ต่อ และรูปประกอบคำขอ |
| หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าที่เกี่ยวข้อง | พนักงานต่างชาติ | ข้อมูลบุคคล การเดินทางเข้าล่าสุด วีซ่า และวันอนุญาตให้อยู่ปัจจุบัน; หนังสือเดินทางเล่มเก่าเมื่อเกี่ยวข้อง |
| ใบอนุญาตทำงานและข้อมูลการจ้าง | พนักงานต่างชาติ / HR | ตรวจนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานะการอนุญาตทำงาน |
| หลักฐานที่พัก ตม.30 และใบแจ้ง 90 วัน (ตามที่สำนักงานกำหนด) | พนักงานต่างชาติ / HR / ผู้ดูแลที่พัก | ตรวจประวัติการแจ้งที่พักและการรายงานตัว; ไม่ใช่เอกสารที่ต้องตีความว่าทุกคนมีเหมือนกัน |
| หนังสือรับรองการทำงานตามแบบ สตม.1 และเอกสารรับทราบเงื่อนไข | HR / ผู้มีอำนาจบริษัท / ผู้สมัคร | ยืนยันตำแหน่ง เงินเดือน เหตุจำเป็นในการจ้าง และการรับทราบเงื่อนไข; บางพื้นที่ระบุ สตม.2, สตม.9, สตม.11 เพิ่ม |
| หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น | บริษัท / ฝ่ายธุรการ | ยืนยันสถานะกิจการ กรรมการผู้มีอำนาจ และข้อมูลทุน |
| งบการเงินและแบบภาษีนิติบุคคล | ฝ่ายบัญชี | ตรวจการดำเนินกิจการจริงและฐานะของบริษัท เช่น งบการเงิน ภ.ง.ด.50 และหลักฐานนำส่งงบ ตามที่กำหนด |
| ภ.ง.ด.1 และภาษีเงินได้พนักงานต่างชาติ | ฝ่ายบัญชี / Payroll | ตรวจชื่อพนักงาน เงินเดือน และภาษีที่ยื่น; บางพื้นที่ขอ ภ.ง.ด.1 ย้อนหลัง 3 เดือน และ ภ.ง.ด.90/91 ปีล่าสุดเมื่อมี |
| แบบส่งเงินสมทบประกันสังคม และหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ | ฝ่ายบัญชี / HR | ตรวจจำนวนบุคลากรและข้อมูลการจ้างตามหลักเกณฑ์; แนบเอกสาร VAT หรือใบอนุญาตประกอบกิจการเมื่อเกี่ยวข้อง |
| แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการ | HR / ฝ่ายธุรการ | ยืนยันที่ตั้งและการทำงานจริงของบริษัท รวมถึงภาพภายนอกและภายในขณะดำเนินกิจการ |
ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเพื่อแบ่งงานภายในองค์กร ไม่ใช่แบบฟอร์มราชการโดยตรง ตรวจจำนวนชุดเอกสาร อายุหนังสือรับรอง วิธีรับรองสำเนา และแบบฟอร์มเพิ่มเติมกับด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบก่อนยื่น
จุดที่ HR ควรตรวจร่วมกับฝ่ายบัญชีก่อนส่งเอกสาร
ชื่อบริษัทและที่อยู่ในหนังสือรับรองต้องตรงกับแบบภาษีและหลักฐานที่ทำงาน รายชื่อและเงินเดือนของผู้สมัครควรสอดคล้องกับหนังสือรับรองการทำงาน ใบอนุญาตทำงาน และรายการภาษี ส่วนภาพสถานประกอบการต้องสะท้อนการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงภาพสถานที่ว่าง ๆ
ขั้นตอนต่อวีซ่า Non-B สำหรับฝ่าย HR
- ตรวจสถานะและวันอนุญาตให้อยู่ของพนักงานบันทึกเลขหนังสือเดินทาง สถานะล่าสุด วันอนุญาตให้อยู่ และวันหมดอายุ Work Permit แยกกัน อย่าใช้วันหมดอายุวีซ่าแทนวันอนุญาตให้อยู่
- ยืนยันประเภทคำขอและสำนักงานที่รับผิดชอบตรวจว่าเข้าหลักเกณฑ์ 2.1 กรณีธุรกิจทั่วไปหรือมีสิทธิพิเศษอื่น และสอบถามช่วงเวลายื่นกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่บริษัท
- แบ่งงานรวบรวมเอกสารพนักงานเตรียมหนังสือเดินทางและเอกสารส่วนตัว HR จัดข้อมูลการจ้าง ฝ่ายบัญชีจัดงบและแบบภาษี ผู้มีอำนาจบริษัทตรวจและลงนามรับรอง
- ตรวจข้อมูลข้ามเอกสารเทียบชื่อสะกด เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง ชื่อบริษัท ที่อยู่ จำนวนพนักงานและข้อมูลภาษี โดยเฉพาะกรณีเปลี่ยนพาสปอร์ต ตำแหน่ง หรือสถานที่ทำงาน
- ยื่นคำขอ ตม.7 และเก็บหลักฐานรับเรื่องพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามช่องทางที่หน่วยงานกำหนด ชำระค่าธรรมเนียมและเก็บใบนัดหรือเอกสารติดตามผลตามที่เจ้าหน้าที่ออกให้
- ติดตามผลและอัปเดตระบบ HRตรวจวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใหม่หลังทราบผล แยกบันทึกจาก Work Permit รวมถึงติดตามเงื่อนไขรายงานตัว การเดินทางต่างประเทศ และ Re-entry Permit เมื่อเกี่ยวข้อง
ลำดับนี้เป็น Workflow สำหรับ HR ไม่ใช่การรับรองระยะเวลาหรือผลอนุมัติของหน่วยงานรัฐ
Checklist ก่อนยื่น และข้อผิดพลาดที่ควรป้องกัน
HR CHECKLIST
รายการตรวจความพร้อม
- ตรวจวันอนุญาตให้อยู่และวันยื่นกับหน่วยงานแล้ว
- ยืนยันประเภทคำขอและสำนักงานที่รับเรื่อง
- ตรวจสถานะ Work Permit และข้อมูลสัญญาจ้าง
- เอกสารบริษัท ภาษี และเงินเดือนสอดคล้องกัน
- ผู้มีอำนาจลงนามและรับรองสำเนาครบ
- บันทึกเลขรับเรื่องและวันนัดติดตามผลแล้ว
AFTER APPROVAL
รายการติดตามหลังดำเนินการ
- บันทึกวันอนุญาตให้อยู่ล่าสุดที่ได้รับจริง
- ตรวจว่าวันหมดอายุ Work Permit ต้องดำเนินการแยกหรือไม่
- ติดตามการแจ้งที่พักและแจ้ง 90 วันตามกรณี
- ตรวจ Re-entry Permit ก่อนพนักงานออกนอกประเทศ
- แจ้งพนักงานและผู้เกี่ยวข้องถึงกำหนดครั้งต่อไป
“ยื่นคำขอแล้ว เท่ากับได้อยู่ต่อหนึ่งปีแน่นอน”
ยังไม่ใช่ ต้องติดตามผลตามใบนัดหรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และตรวจวันอนุญาตให้อยู่ที่ได้รับจริงหลังดำเนินการ
“ต่อ Work Permit แล้ว ไม่ต้องต่อวีซ่า Non-B”
ใบอนุญาตทำงานกับสิทธิพำนักเป็นคนละเรื่อง HR ต้องตรวจสถานะทั้งสองส่วน ไม่ใช้วันหมดอายุแทนกัน
“เอกสารใช้ชุดเดียวกันทุกจังหวัดและทุกบริษัท”
คู่มือราชการมีข้อกำหนดตามประเภทกิจการและสำนักงานที่รับเรื่อง เช่น เอกสารรายงานตัว หลักฐานภาษี และการรับรองสำเนา จึงต้องเช็กรายการปัจจุบันก่อนยื่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อวีซ่า Non-B
ต่อวีซ่า Non-B ต้องใช้แบบฟอร์มอะไร?
กรณีขออยู่ต่อเพื่อทำงานกับบริษัทตามหลักเกณฑ์ 2.1 ใช้แบบคำขอ ตม.7 (TM.7) และเอกสารประกอบตามรายการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ
ค่าธรรมเนียมขออยู่ต่อ Non-B เท่าไร?
คู่มือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการขออยู่ต่อกรณีธุรกิจระบุค่าธรรมเนียมราชการ 1,900 บาท ไม่รวมค่าบริการภายนอกหรือค่าใช้จ่ายเอกสารอื่น หากมี
ต้องยื่นล่วงหน้ากี่วันก่อนหมดอายุ?
ให้ดูวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่จริง และยืนยันช่วงรับคำขอกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ ตัวอย่างคู่มือปทุมธานีระบุช่วงยื่นล่วงหน้า 45 วัน แต่ไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปสำหรับทุกสำนักงาน
ไม่มีใบอนุญาตทำงาน สามารถต่ออยู่ด้วยเหตุทำงานได้ไหม?
กรณีทั่วไปต้องมีหลักฐานการอนุญาตทำงานประกอบคำขอ แต่มีกรณีได้รับยกเว้นหรือใช้หลักฐานตามสถานะเฉพาะ ต้องตรวจหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าการมี Non-B เพียงอย่างเดียวเพียงพอ
บริษัทต้องมีพนักงานไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คนทุกกรณีหรือไม่?
สัดส่วน 4 ต่อ 1 เป็นเกณฑ์ที่ใช้กับการขออยู่ต่อกรณีธุรกิจทั่วไปตามแนวทางราชการ แต่บางประเภทกิจการหรือสิทธิพิเศษอาจมีข้อกำหนดต่างกัน จึงต้องตรวจประเภทคำขอจริงก่อนนำเกณฑ์ไปใช้
ต้องใช้เอกสารแจ้ง 90 วันและ ตม.30 ด้วยหรือไม่?
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบางพื้นที่ระบุหลักฐานแจ้งที่พัก ตม.30 และใบรับแจ้ง 90 วันล่าสุดในรายการประกอบคำขอ ให้ตรวจตามสถานะและข้อกำหนดของพื้นที่ โดยการแจ้งทั้งสองเรื่องไม่ใช่การต่อวีซ่า
ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้ว ออกนอกประเทศไทยได้เลยหรือไม่?
ก่อนเดินทางต้องตรวจว่าเข้าข่ายต้องขอ Re-entry Permit เพื่อรักษาสิทธิพำนักเดิมหรือไม่ การอนุญาตให้อยู่ต่อไม่ได้หมายความว่าสามารถออกและกลับเข้ามาได้โดยไม่มีเงื่อนไข
ถ้าบริษัทได้รับการส่งเสริม BOI ต้องยื่นแบบเดียวกันหรือไม่?
ไม่ควรใช้รายการกรณีบริษัททั่วไปทั้งหมดกับผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI โดยอัตโนมัติ เพราะมีสิทธิและกระบวนการเฉพาะ ให้ตรวจช่องทางและเอกสารตามประเภทการส่งเสริมลงทุน
BTOOLS IMMIGRATION
วางแผนขออยู่ต่อ Non-B ให้ทันกำหนด
แจ้งประเภทการจ้างงาน สถานะปัจจุบัน และวันอนุญาตให้อยู่ของพนักงาน เพื่อเริ่มประเมินรายการเอกสารและบริการที่เหมาะกับองค์กร
แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้ตรวจสอบ
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — คู่มือการขออยู่ต่อกรณีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ (ข้อ 2.1)
- ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ — รายการเอกสารสำหรับการขออยู่ต่อแบบธุรกิจ
- ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี — รายการเอกสารกรณี 2.1 และรายละเอียดช่วงยื่นในพื้นที่
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ — หลักเกณฑ์กรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ
ตรวจข้อมูลวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เนื้อหานี้สรุปหลักเกณฑ์สำหรับการวางแผนด้าน HR รายการจริงอาจแตกต่างตามประเภทกิจการ สถานะผู้สมัคร และสำนักงานที่รับคำขอ ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนยื่น
