THAILAND IMMIGRATION GUIDE

Overstay คืออะไร? อยู่เกินกำหนดในไทย ค่าปรับและผลต่อการเข้าประเทศ

เมื่อชาวต่างชาติพำนักในไทยเกินกว่าวันที่ได้รับอนุญาต (Overstay) ต้องเสียค่าปรับเท่าไร เสี่ยงถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศกี่ปี และต้องแก้อย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย? คู่มือฉบับสมบูรณ์สรุปหลักเกณฑ์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อัตราโทษ ม.81 และแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้พำนักและฝ่าย HR

สรุปข้อปฏิบัติทันที

Overstay คือการอยู่ในประเทศไทยหลังจากสิทธิอนุญาตให้อยู่สิ้นสุดลง (Permitted Until) ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 มีโทษปรับ วันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท และเสี่ยงถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ (Blacklist) นาน 1–10 ปี หากอยู่เกินกำหนดเป็นเวลานานหรือถูกจับกุมดำเนินคดี

3 สาระสำคัญที่ผู้พำนักและฝ่าย HR ต้องทราบทันที:

  • ตรวจวันอนุญาตจริง: ยึดตราประทับ Permitted Until ในหนังสือเดินทางเป็นหลัก ไม่ใช่วันหมดอายุของสติกเกอร์วีซ่า (Visa Validity) หรือวันหมดอายุ Work Permit
  • ติดต่อ ตม. ด้วยตนเองทันที: การเข้ามอบตัว (Surrender) มีโทษเบากว่าการถูกจับกุมอย่างมาก หากอยู่เกินไม่ถึง 90 วันและเข้ามอบตัว จะเสียเฉพาะค่าปรับโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ
  • จ่ายค่าปรับแล้วไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อ: การชำระค่าปรับ Overstay เป็นเพียงการระงับคดีเปรียบเทียบปรับ ไม่ใช่การต่อวีซ่า ผู้พำนักต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรือดำเนินการตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ ตม.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย — ขั้นตอนการเปรียบเทียบปรับ Overstay และ BOI Smart Visa — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Overstay

Overstay คืออะไร และเริ่มนับจากวันไหน?

Overstay (การอยู่เกินกำหนดอนุญาต) คือภาวะที่ชาวต่างชาติพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยหลังจากระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุดลง หรืออยู่ต่อโดยที่การอนุญาตเดิมถูกยกเลิก เพิกถอน หรือสิ้นผลตามกฎหมาย กรณีนี้ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมือง ไม่ใช่เพียงความบกพร่องทางธุรการหรือการส่งเอกสารล่าช้า

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการสับสนระหว่าง “วีซ่าหมดอายุ” กับ “สิทธิการพำนักสิ้นสุด” ในทางกฎหมายมีวันสำคัญ 2 วันที่ต้องแยกออกจากกันเด็ดขาด:

วิธีตรวจสอบวันอนุญาตพำนักที่ถูกต้อง

1. วันสุดท้ายที่วีซ่าใช้เดินทางเข้าประเทศได้ (Visa Validity): คือวันที่ระบุบนสติกเกอร์หรือ e-Visa มีไว้เพื่อแสดงว่าสามารถใช้เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเข้ามายังไทยได้ถึงวันใดเท่านั้น

2. วันสุดท้ายที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทย (Permitted Until / Duration of Stay): คือวันที่ระบุใน ตราประทับขาเข้า หรือ ตราประทับขออยู่ต่อ ในเล่มหนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นวันที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายจริง

ศึกษาวิธีอ่านตราประทับเพิ่มเติมได้ที่คู่มือ Visa Validity กับ Duration of Stay ต่างกันอย่างไร

หากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข เช่น ลาออกจากงาน ยุติการจ้างงาน หรือถูกเพิกถอนสถานะ สิทธิการพำนักอาจสิ้นสุดลงทันทีในวันที่พ้นสภาพ แม้ว่าตราประทับในเล่มจะยังไม่ถึงกำหนดวันดังกล่าวก็ตาม ฝ่าย HR และผู้พำนักจึงต้องประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบสถานะจริงเสมอ

OVERSTAY FINES

ค่าปรับ Overstay เท่าไร? วันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท

ตามระเบียบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย อัตราเปรียบเทียบปรับกรณีอยู่เกินกำหนดอนุญาตคือ วันละ 500 บาท โดยมีเพดานค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท

จำนวนวันที่อยู่เกินกำหนด อัตราค่าปรับตามระเบียบ ข้อกำหนดและผลทางกฎหมาย
1 วัน 500 บาท กรณีอยู่เกินไม่ถึง 24 ชั่วโมง ด่านตรวจคนเข้าเมืองบางแห่งอาจมีแนวปฏิบัติผ่อนผัน แต่ไม่ถือเป็นสิทธิรับรองตามกฎหมาย
3 วัน 1,500 บาท ต้องชำระค่าปรับต่อเจ้าหน้าที่ ตม. ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก หรือสำนักงาน ตม. ในพื้นที่
7 วัน 3,500 บาท ต้องรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรปล่อยให้จำนวนวันสะสมจนใกล้เกณฑ์การห้ามเข้าประเทศ
30 วัน 15,000 บาท การชำระค่าปรับไม่ทำให้ได้รับสิทธิพำนักต่อโดยอัตโนมัติ ผู้พำนักต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
40 วันขึ้นไป 20,000 บาท (เพดานสูงสุด) แม้ค่าปรับจะหยุดที่ 20,000 บาท แต่จำนวนวัน Overstay ยังคงถูกบันทึกในระบบ และส่งผลต่อมาตรการห้ามเข้าประเทศ

หมายเหตุ: พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 บัญญัติโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงไม่ควรมองว่า Overstay เป็นเพียงค่าธรรมเนียมที่ชำระย้อนหลังได้

Overstay กี่วันถึงถูกห้ามเข้าประเทศไทย?

ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร มาตรการห้ามกลับเข้าประเทศ (Blacklist) จะถูกบังคับใช้ตามเกณฑ์จำนวนวันที่อยู่เกิน โดยแยกพิจารณาอย่างชัดเจนระหว่าง การเข้ามอบตัวด้วยตนเอง กับ การถูกจับกุมดำเนินคดี

1. กรณีเข้ามอบตัวด้วยตนเอง (Surrender)

หากชาวต่างชาติเดินทางไปติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอมอบตัวด้วยตนเอง เกณฑ์การห้ามเข้าประเทศจะเริ่มต้นเมื่ออยู่เกิน 90 วันขึ้นไป:

ระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) ระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ (Blacklist)
ไม่เกิน 90 วัน ไม่ถูกห้ามเข้าประเทศ (ชำระเฉพาะค่าปรับวันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท)
มากกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี ห้ามเข้าประเทศ 1 ปี
มากกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ห้ามเข้าประเทศ 3 ปี
มากกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี ห้ามเข้าประเทศ 5 ปี
มากกว่า 5 ปีขึ้นไป ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี

2. กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับกุม (Apprehended)

หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมระหว่างพำนักในไทย มาตรการลงโทษจะรุนแรงกว่าการเข้ามอบตัวอย่างมาก:

ระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) ระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ (Blacklist)
ไม่เกิน 1 ปี (แม้เพียง 1 วัน) ห้ามเข้าประเทศ 5 ปี
เกินกว่า 1 ปีขึ้นไป ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี

การนับระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ: กฎหมายกำหนดให้นับตั้งแต่วันที่ชาวต่างชาติ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เป็นต้นไป

ตรวจสอบข้อมูลมาตรการทางการได้ที่: คำเตือน Overstay จากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และ BOI Smart Visa FAQ

เข้าติดต่อเจ้าหน้าที่เองกับถูกจับกุมดำเนินคดี ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่างสองกรณีนี้ส่งผลกระทบต่ออนาคตการเดินทางและประวัติทางกฎหมายของชาวต่างชาติอย่างสิ้นเชิง การเชื่อคำแนะนำที่ว่า “รอไปจ่ายค่าปรับที่สนามบินตอนบินกลับทีเดียว” อาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูงหากเกิดการตรวจค้นระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน

กรณีติดต่อ / ขอมอบตัวด้วยตนเอง

เข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบปรับตามปกติ

เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบหนังสือเดินทาง คำนวณจำนวนวัน ออกใบเสร็จรับเงินค่าปรับ และประทับตราอนุญาตให้ออกนอกประเทศ หากอยู่เกินไม่ถึง 90 วันจะไม่ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ และสามารถกลับเข้ามาไทยใหม่ได้เมื่อมีวีซ่าถูกต้อง

กรณีถูกตรวจค้นและจับกุม

เข้าสู่คดีอาญา ควบคุมตัว และผลักดันส่งกลับ

ผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวไปคุมขัง ณ สถานกักตัวคนต่างด้าว (IDC) ถูกส่งฟ้องศาลดำเนินคดี มีประวัติอาญาติดตัว ถูกผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางโดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และถูกแบนห้ามเข้าประเทศทันทีขั้นต่ำ 5 ปี แม้อยู่เกินเพียงไม่กี่วัน

WHAT TO DO NEXT

รู้ตัวว่า Overstay แล้ว ควรทำอย่างไร?

เมื่อพบว่าตนเองหรือพนักงานในสังกัดอยู่เกินกำหนดอนุญาต สิ่งสำคัญที่สุดคือ หยุดคาดเดาและห้ามหลบเลี่ยง ให้ดำเนินการตาม 6 ขั้นตอนอย่างเป็นระบบ:

  1. ตรวจตราประทับล่าสุดในหนังสือเดินทาง: ตรวจสอบหน้าที่มีตราประทับ Permitted Until เอกสารการขออยู่ต่อ หรือคำสั่งทางทะเบียน เพื่อยืนยันวันอนุญาตสุดท้ายที่แท้จริง
  2. ระบุสาเหตุที่สิทธิการพำนักสิ้นสุด: แยกแยะกรณีว่าเกิดจากการจำวันผิด การต่อวีซ่าไม่ผ่าน การเปลี่ยนนายจ้าง หรือการลาออกจากงาน เพื่อเตรียมข้อมูลชี้แจง
  3. คำนวณจำนวนวันและค่าปรับเบื้องต้น: นำจำนวนวันที่เกินคูณด้วย 500 บาท เพื่อเตรียมงบประมาณค่าปรับ (สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) และตรวจสอบว่าแตะเกณฑ์ Blacklist หรือไม่
  4. ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทันที: เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ ตม. ในพื้นที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการขอมอบตัวและขอรับคำแนะนำ
  5. เตรียมเอกสารและตั๋วเดินทาง: เตรียมหนังสือเดินทางตัวจริง เงินสดสำหรับค่าปรับ และหลักฐานการจองเที่ยวบินเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  6. ชำระค่าปรับและเก็บใบเสร็จฉบับจริง: ชำระค่าปรับต่อเจ้าหน้าที่ รับใบเสร็จรับเงินทางราชการ และเก็บหลักฐานไว้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการเดินทางในอนาคต

คำเตือนเรื่องการเดินทางไปสนามบิน

หากอยู่เกินกำหนดเป็นเวลานาน (โดยเฉพาะใกล้หรือเกิน 90 วัน) ไม่ควรรอไปจัดการที่สนามบินในวันเดินทาง เพราะขั้นตอนการสืบสวนและบันทึกประวัติอาจใช้เวลานานจนทำให้ตกเที่ยวบิน ควรติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย

จ่ายค่าปรับแล้ว สามารถต่อวีซ่าหรืออยู่ในไทยต่อได้ไหม?

ไม่สามารถอยู่ต่อได้โดยอัตโนมัติ การชำระค่าปรับ Overstay เป็นเพียงการระงับคดีเปรียบเทียบปรับสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น ไม่ใช่การออกวีซ่าใหม่ และไม่ใช่การขยายระยะเวลาพำนัก

ตามระเบียบตรวจคนเข้าเมือง ผู้ที่มีสถานะ Overstay จะ ไม่สามารถยื่นขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าภายในประเทศได้ (เช่น การขอเปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็น Non-Immigrant B) ผู้พำนักจำเป็นต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จากนั้นจึงยื่นขอวีซ่าประเภทที่ถูกต้องผ่านระบบ e-Visa ณ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะพำนักทำงานอย่างถูกต้อง ควรศึกษาแนวทางในคู่มือ การขออยู่ต่อสำหรับ Non-B หรือเลือกใช้ บริการ Visa Extension เพื่อวางแผนต่ออายุล่วงหน้าก่อนที่สิทธิพำนักจะสิ้นสุด

Overstay ต่างจากการแจ้ง 90 วันล่าช้าอย่างไร?

แม้ทั้งสองเรื่องจะอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่เป็น คนละหน้าที่และมีผลทางกฎหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

ประเด็นเปรียบเทียบ Overstay (อยู่เกินกำหนด) แจ้ง 90 วันล่าช้า (ตม.47)
นิยามความผิด พำนักในไทยหลังสิทธิอนุญาตให้อยู่สิ้นสุดลง (ไม่มีสิทธิพำนักตามกฎหมาย) พำนักในไทยเกิน 90 วันโดยไม่ได้รายงานสถานที่พักอาศัยตามกำหนด
เอกสารที่ใช้ตรวจสอบ ตราประทับอนุญาตให้อยู่ (Permitted Until) ในหนังสือเดินทาง ใบนัดรายงานตัว 90 วัน (ตม.47) หรือประวัติการแจ้งออนไลน์
อัตราโทษปรับ ปรับวันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท ปรับ 2,000 บาท (หรือ 5,000 บาท หากถูกตรวจจับกุม)
ผลกระทบต่อสิทธิพำนัก สิทธิพำนักสิ้นสุดลง เสี่ยงถูกผลักดันออกนอกประเทศ และติด Blacklist สิทธิพำนักยังคงอยู่ เมื่อชำระค่าปรับแล้วสามารถพำนักต่อได้ตามอายุวีซ่าเดิม
การทดแทนกัน ไม่สามารถทดแทนกันได้ การแจ้ง 90 วันไม่ได้ขยายอายุวีซ่า และการต่ออายุวีซ่าไม่ได้ทดแทนหน้าที่การรายงานตัว 90 วัน

อ่านขั้นตอนและข้อควรระวังในการรายงานตัวได้ที่คู่มือ แจ้ง 90 วัน (ตม.47) ต้องทำอย่างไร

5 สถานการณ์ที่มักทำให้เกิด Overstay ได้โดยไม่ตั้งใจ

1. ดูเฉพาะวันหมดอายุบนสติกเกอร์วีซ่า (Visa Validity)

วันหมดอายุที่ระบุบนสติกเกอร์วีซ่าคือวันสุดท้ายที่ใช้เดินทางเข้าประเทศ ไม่ใช่วันสิ้นสุดการพำนัก ต้องดูตราประทับ Permitted Until ที่เจ้าหน้าที่ ตม. ประทับให้ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเสมอ

2. เข้าใจผิดว่า Work Permit ยังไม่หมดอายุ แปลว่าวีซ่ายังอยู่ได้

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) กับสิทธิการพำนัก (Stay Permit) ออกโดยคนละหน่วยงานและมีอายุแยกจากกัน การที่ Work Permit ยังไม่หมดอายุไม่ได้การันตีว่าวีซ่าจะไม่หมดอายุ

3. พนักงานลาออกหรือถูกเลิกจ้าง แต่ไม่ได้ยกเลิกวีซ่าทำงาน

เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง สิทธิการพำนักด้วยวีซ่า Non-B ที่ผูกกับการจ้างงานจะสิ้นสุดลงในวันเดียวกัน หากฝ่าย HR และพนักงานไม่ได้ไปแจ้งยกเลิกและจัดการตามระเบียบ ตม. วันถัดไปจะถือเป็น Overstay ทันที

4. ยื่นคำขอต่อวีซ่าค้างไว้ แต่ไม่มีตราประทับ “รอฟังผล”

การส่งเอกสารหรือมีนัดหมายกับเอเจนซี่ไม่ได้รับรองสิทธิการพำนัก หากถึงวันหมดอายุแล้วยังไม่มีตราประทับอนุญาตให้อยู่ระหว่างพิจารณา (Under Consideration) จาก ตม. จะถือว่าอยู่เกินกำหนด

5. เที่ยวบินถูกเลื่อนหรือยกเลิกในวันสุดท้ายของการพำนัก

เหตุขัดข้องของสายการบินไม่ทำให้เกิดสิทธิผ่อนผันอัตโนมัติ หากเที่ยวบินถูกเลื่อนข้ามคืนจนเลยวันอนุญาต ต้องเก็บหลักฐานการยกเลิกเที่ยวบินและติดต่อเจ้าหน้าที่ ตม. ประจำด่านทันที

PREVENTION CHECKLIST

Checklist ป้องกัน Overstay สำหรับผู้ถือวีซ่า นายจ้าง และผู้ประสานงาน

การป้องกันและวางแผนล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่าย HR และผู้ดูแลบุคลากรต่างชาติควรตรวจเช็กตามรายการต่อไปนี้:

  • [ ] ตรวจสอบตราประทับ Permitted Until: บันทึกวันอนุญาตให้อยู่จริงลงในระบบทะเบียนพนักงาน ไม่ใช่วันหมดอายุของวีซ่า
  • [ ] แยกตารางติดตาม 3 ส่วน: แยกวันหมดอายุ Work Permit, วันอนุญาตพำนัก (Stay Permit), และกำหนดรายงานตัว 90 วัน ออกจากกันชัดเจน
  • [ ] วางแผนต่ออายุล่วงหน้า 30–45 วัน: เผื่อเวลาเตรียมเอกสารนิติบุคคล งบการเงิน และนัดหมาย ตม. ก่อนวันสิ้นอายุ
  • [ ] แจ้ง ตม. ทันทีเมื่อพนักงานลาออก: ทำหนังสือแจ้งพ้นสภาพและยกเลิกวีซ่าทำงานภายในกำหนด ป้องกันการเกิด Overstay โดยไม่รู้ตัว
  • [ ] ตรวจสอบตราประทับทุกครั้งหลังเดินทางกลับเข้าไทย: สแกนหน้าพาสปอร์ตอัปเดตวันอนุญาตใหม่เข้าสู่ระบบทันทีที่พนักงานเดินทางกลับมา
  • [ ] มีขั้นตอนรองรับเหตุด่วน (Contingency Plan): หากเที่ยวบินถูกยกเลิก หรือเอกสารติดขัด ให้ติดต่อ ตม. ในพื้นที่ทันทีเพื่อขอคำแนะนำ

ข้อมูลขั้นต่ำที่ควรมีในทะเบียนติดตามบุคลากรต่างชาติ

ชื่อผู้ถือหนังสือเดินทาง / สัญชาติ / หมายเลขหนังสือเดินทาง / ประเภทวีซ่า / วันที่อนุญาตให้อยู่ล่าสุด (Permitted Until) / กำหนดรายงานตัว 90 วันถัดไป / วันหมดอายุใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) / ผู้ประสานงานรับผิดชอบ / สถานะการยื่นคำขอปัจจุบัน

คำเตือนด้านความปลอดภัย: เอกสารส่วนบุคคลควรจัดเก็บในระบบที่ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง ไม่ควรส่งสำเนาหนังสือเดินทางผ่านช่องทางสาธารณะหรือกลุ่มแชทที่ไม่มีการเข้ารหัส

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Overstay ในประเทศไทย

Overstay 1 วัน ต้องเสียค่าปรับไหม?

ตามระเบียบกำหนดอัตราปรับวันละ 500 บาท อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก หากอยู่เกินไม่ถึง 24 ชั่วโมงอันเนื่องมาจากตารางเที่ยวบิน เจ้าหน้าที่อาจใช้ดุลยพินิจผ่อนผันในบางกรณี แต่ไม่ถือเป็นสิทธิรับรองตามกฎหมาย

Overstay 7 วัน เสียค่าปรับเท่าไร?

คำนวณตามอัตราวันละ 500 บาท รวมเป็นเงินค่าปรับ 3,500 บาท ผู้พำนักต้องชำระค่าปรับต่อเจ้าหน้าที่ ตม. และเดินทางออกนอกราชอาณาจักร การจ่ายค่าปรับไม่ทำให้สามารถอยู่ต่อได้โดยอัตโนมัติ

ถ้า Overstay เกิน 40 วัน ต้องเสียค่าปรับมากกว่า 20,000 บาทไหม?

เพดานค่าปรับเปรียบเทียบตามระเบียบ ตม. กำหนดไว้สูงสุดที่ 20,000 บาท แต่จำนวนวัน Overstay จริงจะถูกบันทึกประวัติไว้ในระบบ และมีผลต่อการพิจารณามาตรการห้ามเข้าประเทศหากอยู่เกินเกินกว่า 90 วัน

Overstay 30 วัน จะถูกห้ามเข้าประเทศไหม?

หากเดินทางไปมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง อยู่เกิน 30 วันจะไม่ถูกห้ามเข้าประเทศ (เสียเฉพาะค่าปรับ) แต่หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับกุม จะเข้าเกณฑ์ถูกห้ามเข้าประเทศทันทีเป็นเวลา 5 ปี

Overstay มากกว่า 90 วัน จะเกิดอะไรขึ้น?

ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย หากเข้ามอบตัวด้วยตนเองและอยู่เกินกว่า 90 วัน จะถูกห้ามเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเป็นเวลา 1 ปี (และเพิ่มเป็น 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี ตามจำนวนวัน) พร้อมชำระค่าปรับสูงสุด 20,000 บาท

จ่ายค่าปรับ Overstay แล้ว สามารถกลับเข้าไทยได้ทันทีหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับว่ามีคำสั่งห้ามเข้าประเทศ (Blacklist) หรือไม่ หากอยู่เกินไม่ถึง 90 วันและมอบตัว จะไม่มีคำสั่งห้ามเข้า แต่การกลับเข้ามาใหม่ต้องมีวีซ่าที่ถูกต้องและผ่านการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านตรวจ

ถ้า Work Permit ยังไม่หมดอายุ จะ Overstay ได้หรือไม่?

สามารถเกิดขึ้นได้ หากตราประทับอนุญาตให้อยู่ (Visa Stay Permit) สิ้นสุดลง แม้ใบอนุญาตทำงานจะยังไม่หมดอายุ ก็ถือเป็น Overstay ตามกฎหมายคนเข้าเมือง เนื่องจากเป็นเอกสารคนละประเภทและออกโดยคนละหน่วยงาน

แจ้ง 90 วันช้า เท่ากับ Overstay หรือไม่?

ไม่ใช่ การแจ้ง 90 วันช้าเป็นความผิดเรื่องการรายงานตัวตามมาตรา 37 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ไม่ได้ทำให้สิทธิการพำนักสิ้นสุดลง ตราบใดที่ตราประทับวีซ่ายังไม่หมดอายุ

อยู่เกินกำหนดแล้ว ขอเปลี่ยนวีซ่าเป็น Non-B ภายในไทยได้ไหม?

ไม่ได้ครับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีระเบียบชัดเจนว่าจะไม่รับคำขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าสำหรับผู้ที่มีสถานะ Overstay ผู้พำนักต้องเดินทางออกนอกประเทศเพื่อขอวีซ่าใหม่จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศเท่านั้น

BTOOLS IMMIGRATION

ต้องการตรวจวันอนุญาตให้อยู่และวางแผนเอกสาร?

หากไม่แน่ใจเรื่องกำหนดการพำนัก การต่ออายุวีซ่า หรือเอกสารที่ต้องประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สามารถติดต่อ BTools Immigration เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนดูแลเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นการอธิบายหลักเกณฑ์ทั่วไปตามระเบียบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายคนเข้าเมือง ทั้งนี้ข้อเท็จจริง ดุลยพินิจ และมาตรการที่ใช้บังคับจริงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผู้มีอำนาจ

บทความอื่นๆ