FOREIGN EMPLOYMENT NOTIFICATION

นายจ้างแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าทำงานอย่างไร? บต.52 และ e-WorkPermit

เมื่อบริษัทรับพนักงานต่างชาติเข้าทำงาน ฝ่ายบุคคลต้องแจ้งกรมการจัดหางานด้วยแบบ บต.52 ทุกครั้งหรือไม่? ใครต้องแจ้งภายใน 15 วัน กรณีใดเข้าข้อยกเว้น และต้องเลือกเมนูอะไรใน e-WorkPermit บทความนี้แยกหน้าที่แจ้งการจ้างออกจากการขอใบอนุญาตทำงานและการแจ้งของลูกจ้าง เพื่อให้บริษัทเลือกขั้นตอนได้ตรงกรณี

ตรวจสอบหลักฐานราชการ: 6 พฤศจิกายน 2569 กลุ่มผู้อ่านหลัก: นายจ้าง ผู้ดูแลการจ้างงาน และฝ่าย HR

สรุปก่อนเริ่ม

แบบ บต.52 คือแบบแจ้งการจ้างคนต่างด้าวทำงานของนายจ้างตามมาตรา 13 โดยหลักทั่วไปต้องแจ้งชื่อ สัญชาติ และลักษณะงานของคนต่างด้าวให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง สำหรับกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้ง และสามารถตรวจเมนู “การแจ้งการจ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานกับนายจ้าง” ในระบบ e-WorkPermit

แต่ไม่ใช่ทุกกรณีต้องยื่น บต.52 ซ้ำ เพราะมีประกาศกรมการจัดหางานเกี่ยวกับประเภทคนต่างด้าวและการยื่นขอใบอนุญาตทำงานบางเส้นทางที่ได้รับยกเว้นการแจ้งตามมาตรา 13 เช่น การแจ้งข้อมูลเข้าทำงานกับนายจ้างเดิมที่รวมอยู่ในการยื่นคำขอใบอนุญาตตามเงื่อนไขประกาศ ทั้งนี้ข้อยกเว้นไม่ได้ครอบคลุมการเปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้างทุกกรณี

ฐานข้อมูลหลัก: ประกาศกรมการจัดหางาน 1 กรกฎาคม 2565 เรื่องข้อยกเว้นการแจ้งการจ้าง และ ระบบ e-WorkPermit กรมการจัดหางาน

แบบ บต.52 คืออะไร ต่างจากการขอ Work Permit อย่างไร?

การมีใบอนุญาตทำงานและการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าบริษัทรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน เป็นคนละหน้าที่ตามกฎหมาย แม้บางเส้นทางจะใช้ข้อมูลจากการยื่นคำขออนุญาตทำงานเพื่อยกเว้นการแจ้งเข้าทำงานซ้ำก็ตาม บริษัทจึงต้องเริ่มจากประเภทการจ้างและสถานะคำขอเดิม ไม่ใช่เริ่มจากการกรอก บต.52 ทันที

เรื่อง ใช้เมื่อใด สิ่งที่ต้องตรวจ
ขอใบอนุญาตทำงาน คนต่างด้าวต้องขอสิทธิทำงานตามเส้นทางที่ใช้บังคับ ประเภทวีซ่า ประเภทใบอนุญาต ลักษณะงาน และหลักฐานนายจ้าง
แจ้งการจ้าง บต.52 นายจ้างมีหน้าที่แจ้งการรับเข้าทำงานตามมาตรา 13 และไม่เข้าข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง วันเริ่มจ้าง ประเภทคนต่างด้าว ข้อมูลนายจ้าง และประวัติคำขอเดิม
แจ้งเข้าทำงาน บต.55 การแจ้งฝั่งคนต่างด้าวตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 64/2 ไม่ใช้แบบของลูกจ้างแทนการแจ้งของนายจ้างโดยอัตโนมัติ

กรณีบริษัทอยู่ในขั้นเตรียมคำขออนุญาตทำงานครั้งแรก ให้เริ่มจาก คู่มือเอกสารขอ Work Permit ก่อน แล้วจึงประเมินว่าหลังขั้นตอนอนุญาตทำงานมีหน้าที่แจ้งการจ้างแยกอีกหรือไม่

นายจ้างคนใดต้องยื่น บต.52 และกรณีใดอาจไม่ต้องแจ้งซ้ำ?

หลักทั่วไปตามมาตรา 13 คือผู้จ้างคนต่างด้าวทำงานต้องแจ้งข้อมูลการจ้างต่อนายทะเบียน แต่ประกาศกรมการจัดหางานลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 กำหนดข้อยกเว้นบางกรณีไว้โดยเฉพาะ สิ่งที่ HR ต้องตรวจคือคนต่างด้าวอยู่ภายใต้มาตราใด และได้ยื่นข้อมูลเข้าทำงานกับนายจ้างรายนี้ไว้แล้วหรือไม่

กลุ่มหรือเหตุการณ์ แนวทางตรวจตามประกาศ สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนสรุป
งานจำเป็นหรือเร่งด่วนตามมาตรา 61 มีข้อยกเว้นการแจ้งการจ้างตามมาตรา 13 สำหรับกลุ่มที่ตรงเงื่อนไข ต้องเป็นกรณีเร่งด่วน/เฉพาะกิจตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่เรียกงานทั่วไปว่าเร่งด่วน
ผู้ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายเฉพาะตามมาตรา 62 ประกาศระบุข้อยกเว้นสำหรับผู้จ้างในเส้นทางที่เข้าเงื่อนไข ตรวจสิทธิ BOI/กฎหมายเฉพาะที่ใช้จริง ไม่ถือว่าพนักงานต่างชาติทุกคนของบริษัทที่มี BOI ได้รับยกเว้น
นายจ้างที่ได้ยื่นคำขอแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง ยกเว้นเฉพาะการแจ้งข้อมูลเข้าทำงานที่ได้ยื่นคำขอไว้แล้วตามเงื่อนไขประกาศ ยืนยันว่าคำขอและชื่อผู้จ้างตรงกับการรับเข้าทำงานจริง
คนต่างด้าวที่ยื่นขออนุญาตตามมาตรา 59, 63, 63/1, 63/2 หรือ 64 มีข้อยกเว้นเฉพาะการแจ้งเข้าทำงานกับผู้จ้างที่ระบุในคำขอตามมาตราดังกล่าว ข้อยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมการเปลี่ยนหรือเพิ่มผู้จ้าง ตามข้อความในประกาศ
กรณีผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานยื่นคำขอแทนตามมาตรา 41 วรรคสี่ มีข้อยกเว้นเฉพาะข้อมูลเข้าทำงานที่ผู้รับอนุญาตยื่นไว้แล้ว ตรวจเอกสารคำขอเดิมและเส้นทาง MOU จริง ไม่สรุปแทนแรงงานทุกกลุ่ม
เปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้าง อาจต้องดำเนินการแจ้งการจ้างและคำขอ/การแจ้งอื่นเพิ่มเติมตามกรณี ตรวจประวัติผู้จ้างเดิม ใบอนุญาตทำงาน และการเปลี่ยนรายการ

วิธีตัดสินใจที่ปลอดภัยกว่า “ต้องแจ้งทุกคน”

  1. ระบุเส้นทางการทำงาน: มาตรา 59, MOU, BOI หรือกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจเอกสารคำขอเดิม: ข้อมูลคนต่างด้าวและชื่อผู้จ้างตรงกับบริษัทปัจจุบันหรือไม่
  3. ตรวจเหตุการณ์: เข้าทำงานกับนายจ้างเดิมที่ยื่นคำขอไว้แล้ว หรือเพิ่งเปลี่ยน/เพิ่มนายจ้าง
  4. ยืนยันข้อยกเว้นและช่องทาง: ตรวจประกาศและบริการที่ระบบ e-WorkPermit เปิดให้กลุ่มนั้น ก่อนตัดสินใจยื่นหรือไม่ยื่น

ตารางนี้อธิบายขอบเขตประกาศวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ตรวจพบ ไม่ใช่การออกหนังสือยืนยันสิทธิยกเว้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และควรตรวจประกาศแก้ไขเพิ่มเติมหรือคำแนะนำเจ้าหน้าที่ในวันที่ดำเนินการจริง

นายจ้างต้องแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าทำงานภายในกี่วัน?

สำหรับการจ้างที่ยังมีหน้าที่แจ้งตามมาตรา 13 กฎหมายวางหลักไว้ว่าแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง จึงควรใช้วันที่เกิดการจ้างตามข้อเท็จจริงเป็นจุดตรวจ ไม่ใช่คาดเดาจากวันเริ่มเตรียมเอกสาร วันสร้างบัญชี หรือวันที่ฝ่ายบุคคลทราบเรื่อง

การแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานมีหลักตามมาตรา 13 เช่นกัน แต่เป็นเหตุการณ์อีกประเภทหนึ่งและใช้แบบแจ้งออกต่างหาก ส่วนแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะเส้นทางนำเข้า อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ต้องตรวจแยก

แนวปฏิบัติสำหรับ HR

กำหนดวันรับเข้าทำงานจริง เก็บหลักฐานวันเริ่มจ้างและสัญญาจ้าง ตรวจว่ามีข้อยกเว้นหรือคำขอเดิมแล้วหรือไม่ และจัดผู้รับผิดชอบยื่นเรื่องทันทีเมื่อเข้าข่ายต้องแจ้ง ไม่ควรรอจนใกล้ครบ 15 วัน โดยเฉพาะกรณีต้องให้พนักงานเปลี่ยนข้อมูลหรือยืนยันตัวตนก่อน

คำว่า “15 วัน” ในส่วนนี้เป็นหลักทั่วไปสำหรับหน้าที่แจ้งของนายจ้างตามมาตรา 13 ไม่ได้หมายความว่าพนักงานต่างชาติทุกคนต้องยื่น บต.52 และไม่ได้ใช้แทนกรอบเวลาของคำขออนุญาตทำงานประเภทอื่น

ข้อมูลและเอกสารที่ควรเตรียมก่อนแจ้งการจ้าง บต.52

รายการด้านล่างเป็นPre-checklist สำหรับการประสานงานของบริษัท อ้างอิงโครงสร้างแบบฟอร์มและคู่มือกรมการจัดหางาน เอกสารที่ระบบขอจริงขึ้นอยู่กับกลุ่มคนต่างด้าว ผู้ยื่น และช่องทางบริการ จึงไม่ควรมองว่าเป็นรายการบังคับเหมือนกันทุกคำขอ

ผู้รับผิดชอบ ข้อมูลที่ควรเตรียม ใช้ตรวจอะไร
นายจ้าง / บริษัท ชื่อและเลขประจำตัวบริษัท ที่ตั้งกิจการ สถานที่ทำงานหรือสาขา ผู้มีอำนาจ/ผู้รับมอบอำนาจ เลือกบัญชีบริษัทและสถานที่ทำงานให้ตรงคำขอ
คนต่างด้าว ชื่อ–สกุลตามเอกสาร สัญชาติ เลขประจำตัว/เลขใบอนุญาตทำงาน เอกสารเดินทางและสถานะใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ค้นรายชื่อในระบบและตรวจตัวบุคคลกับสิทธิทำงาน
ข้อมูลการจ้าง วันเริ่มจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน และรายละเอียดผู้จ้างที่ตรงกับการอนุญาต แยกหน้าที่ตามมาตรา 13 และไม่ให้ข้อมูลขัดกัน
ข้อมูลคำขอเดิม แบบคำขอ Work Permit เดิม หนังสือรับรองการจ้าง (ถ้าเกี่ยวข้อง) และหลักฐานว่าได้ยื่นข้อมูลกับผู้จ้างรายใด ตรวจข้อยกเว้นการแจ้งซ้ำและการเปลี่ยน/เพิ่มนายจ้าง
กรณีมอบอำนาจ หนังสือมอบอำนาจและเอกสารผู้มอบ/รับมอบตามที่ระบบหรือสำนักงานกำหนด ยืนยันผู้มีสิทธิยื่นและลงนามในกรณีจริง

คู่มือสำหรับประชาชนของสำนักงานจัดหางานจังหวัดกระบี่มีตัวอย่างรายการเอกสารสำหรับการแจ้งตามแบบ บต.52 ในช่องทางยื่นกับเจ้าหน้าที่ ขณะที่การยื่นผ่าน e-WorkPermit ให้ยึดรายการแนบที่ระบบแสดงสำหรับคำร้องนั้น ไม่ควรนำรายการจากคู่มือกระดาษเก่าไปเหมารวมว่าเป็นไฟล์บังคับทุกช่องในระบบออนไลน์

ขั้นตอนแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าทำงานผ่าน e-WorkPermit

คู่มือ e-WorkPermit ของสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราดอธิบายเส้นทางบริการสำหรับนายจ้างที่มีหน้าที่แจ้ง บต.52 โดยมีลำดับหลักดังนี้ เมนูและเอกสารจริงอาจปรับตามการอัปเดตระบบ จึงควรอ่านข้อความบนหน้าระบบในวันที่ดำเนินการด้วย

  1. เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน: เปิด e-WorkPermit และใช้บัญชีนายจ้างที่มีสิทธิใช้งาน ตรวจการเชื่อมข้อมูลบริษัทและเอกสารยืนยันตัวตน
  2. ตรวจรายการคนต่างด้าว: ตรวจว่าพนักงานดำเนินการเรื่องใบอนุญาต/การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นแล้ว และข้อมูลนายจ้างในระบบตรงกับข้อเท็จจริง
  3. เลือกบริการ: เข้าที่ เมนูบริการ → การแจ้งการจ้างคนต่างด้าว/การแจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน → การแจ้งการจ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานกับนายจ้าง (มาตรา 13 วรรคหนึ่ง แบบ บต.52)
  4. เลือกสถานที่ทำงานและรายชื่อ: เลือกสถานประกอบการหรือสาขา แล้วตรวจชื่อคนต่างด้าวที่จะแจ้งเข้าทำงาน
  5. แนบหลักฐานและยืนยันคำร้อง: แนบเอกสารตามรายการที่ระบบกำหนด ตรวจข้อมูลอีกครั้ง และดำเนินการยื่นคำร้องจนระบบแสดงข้อความรับคำขอ
  6. ติดตามสถานะ: ตรวจ e-Tracking และข้อความให้แก้เอกสาร เมื่อได้รับผลหรือเอกสารตอบรับให้จัดเก็บในแฟ้มการจ้างงานของบุคคลนั้น

พบรายชื่อพนักงานไม่ตรง หรือค้นหาไม่พบ?

อย่าเลือกบุคคลอื่นเพื่อส่งให้ทันกำหนด ควรตรวจเลขอ้างอิงใบอนุญาต ประเภทคำขอ ขั้นตอนที่คนต่างด้าวดำเนินการไว้ และข้อมูลสาขา หากไม่สอดคล้องให้ติดต่อศูนย์บริการใบอนุญาตทำงานหรือสำนักงานจัดหางานที่เกี่ยวข้อง พร้อมบันทึกหลักฐานการติดต่อและข้อความผิดพลาด

คู่มือการแจ้ง บต.52 ที่อ้างอิงเป็นคู่มือของสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด ไม่ใช่การรับรองว่าทุกจังหวัดหรือทุกกลุ่มผู้ใช้จะเห็นเมนูและเวลาพิจารณาเท่ากัน จึงไม่กำหนดระยะเวลาการอนุมัติแบบตายตัวในบทความนี้

บต.52, บต.53, บต.55 และ บต.44 ต่างกันอย่างไร?

ชื่อแบบฟอร์มคล้ายกันทำให้ยื่นผิดเรื่องได้ง่าย โดยเฉพาะการย้ายคนต่างด้าวมาทำงานกับบริษัทใหม่ จึงควรดูผู้มีหน้าที่ยื่นและเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน ไม่ใช่ดูเพียงหมายเลขแบบ

แบบ ผู้รับผิดชอบหลัก เรื่องที่ดำเนินการ
บต.52 นายจ้าง แจ้งการจ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานตามมาตรา 13 เมื่อมีหน้าที่ต้องแจ้ง
บต.53 นายจ้าง แจ้งคนต่างด้าวออกจากงานตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง; ดู คู่มือแจ้งออกและยกเลิก Work Permit
บต.55 คนต่างด้าว แจ้งเข้าทำงานหรือข้อมูลผู้จ้างตามมาตรา 64/2 ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
บต.44 ผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนรายการที่เกี่ยวข้อง ขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน เช่น เปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้างในกรณีที่ต้องดำเนินการ

ตัวอย่างความแตกต่าง: หากคนต่างด้าวย้ายจากบริษัท A ไปบริษัท B บริษัท A อาจมีงานแจ้งออก ส่วนบริษัท B อาจมีงานแจ้งรับ และตัวคนต่างด้าวอาจมีงานเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตด้วย แต่ต้องตรวจเงื่อนไขตามประเภทการจ้างและข้อยกเว้นก่อน ไม่ถือว่าทุกคนต้องยื่นทุกแบบเหมือนกัน

รับพนักงานใหม่ เปลี่ยนนายจ้าง MOU และ BOI ต้องทำเหมือนกันไหม?

1. รับเข้าทำงานครั้งแรก และข้อมูลนายจ้างอยู่ในคำขอ Work Permit แล้ว

อย่าเริ่มจากข้อสรุปว่าต้องแจ้ง บต.52 ซ้ำ ให้ตรวจว่าคำขอเดิมอยู่ภายใต้มาตราใด และเข้าข้อยกเว้นเฉพาะการแจ้งข้อมูลเข้าทำงานที่ยื่นไว้แล้วหรือไม่ หากใช้ข้อยกเว้นได้ควรเก็บหลักฐานเส้นทางคำขอเดิมและข้อมูลผู้จ้างไว้ในแฟ้มพนักงาน

2. พนักงานต่างชาติเพิ่งเปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้าง

กรณีนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะประกาศข้อยกเว้นสำหรับกลุ่มผู้ยื่นขออนุญาตบางมาตรา ยกเว้นการแจ้งครั้งแรกที่อยู่ในคำขอ แต่ไม่ได้ยกเว้นการแจ้งเมื่อเปลี่ยนหรือเพิ่มผู้จ้างโดยทั่วไป และอาจต้องดำเนินการแก้ไขรายการใบอนุญาตหรือขั้นตอนอื่นก่อน ดู คู่มือเปลี่ยนนายจ้าง Work Permit เพื่อแยกงานแต่ละส่วน

3. การจ้างแรงงานผ่านระบบ MOU

ต้องตรวจว่าเป็นกรณีที่ผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ยื่นคำขอแทนไว้แล้วหรือไม่ มีการเปลี่ยนนายจ้างหรือไม่ และมีเงื่อนไขการแจ้งกับหน่วยงานหรือผู้รับอนุญาตนำเข้าเพิ่มเติมหรือไม่ อย่าใช้ขั้นตอนของพนักงานทักษะฝีมือทั่วไปแทนทั้งระบบ

4. ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทำงานภายใต้สิทธิ BOI

กรณีที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 62 และเข้าเงื่อนไขประกาศ มีข้อยกเว้นการแจ้งการจ้างตามมาตรา 13 แต่ต้องตรวจว่าสิทธิและคำขอของผู้เชี่ยวชาญรายนั้นอยู่ในช่องทาง BOI จริง รวมถึงตรวจขั้นตอนประสานงานที่ระบบ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด แทนการใช้ บต.52 กับทุกกรณีโดยอัตโนมัติ

5. บริษัทมีสำนักงานหรือสถานที่ทำงานหลายสาขา

ในระบบ e-WorkPermit นายจ้างอาจต้องเลือกสถานประกอบการ/สาขาที่คนต่างด้าวทำงานอยู่ จึงควรตรวจชื่อบริษัท ที่ตั้งสาขา และข้อมูลในใบอนุญาตทำงานให้ตรงกัน การเลือกสาขาผิดอาจทำให้ต้องแก้ไขข้อมูลก่อนดำเนินการต่อ

Checklist สำหรับนายจ้าง: ก่อนแจ้ง ระหว่างยื่น และหลังรับผล

ใช้ Checklist นี้เป็นเครื่องมือประสานงานภายในบริษัท ไม่ใช่รายการเอกสารที่หน่วยงานราชการบังคับให้ยื่นทุกข้อ

ก่อนแจ้ง

  • ตรวจประเภทคนต่างด้าว มาตราที่เกี่ยวข้อง และประกาศยกเว้นการแจ้ง
  • ยืนยันวันเริ่มจ้าง สถานที่ทำงาน บริษัท และข้อมูลคนต่างด้าว
  • ตรวจว่าการขอใบอนุญาตทำงาน/เปลี่ยนนายจ้างดำเนินการถึงขั้นที่เกี่ยวข้องแล้ว
  • ระบุผู้มีสิทธิยื่นในนามนายจ้างและเตรียมเอกสารมอบอำนาจเมื่อจำเป็น

ระหว่างยื่น

  • เลือกเมนู บต.52 เฉพาะเมื่อเป็นกรณีที่ต้องแจ้ง
  • ตรวจชื่อ สัญชาติ เลขอ้างอิง ชื่อผู้จ้าง ลักษณะงาน และสาขาให้ตรงเอกสาร
  • แนบรายการหลักฐานตามที่ระบบกำหนดและบันทึกวันที่ส่งคำร้อง

หลังยื่น

  • ติดตามสถานะ e-Tracking และแจ้งแก้เอกสารตามข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่
  • เก็บเลขรับเรื่อง เอกสารตอบรับ และหลักฐานข้อยกเว้น (ถ้าใช้) ในแฟ้มพนักงาน
  • ตรวจข้อมูลการจ้างในระบบ HR ให้สอดคล้องกับสถานะที่ได้รับการยืนยัน
  • กำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อมีการเปลี่ยนนายจ้าง แก้ไขข้อมูล หรือพ้นสภาพการจ้างในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ บต.52 และการแจ้งการจ้างคนต่างด้าว

บริษัทจ้างชาวต่างชาติใหม่ทุกคน ต้องแจ้ง บต.52 ภายใน 15 วันหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกกรณี มาตรา 13 เป็นหลักทั่วไปสำหรับผู้มีหน้าที่แจ้ง แต่ประกาศกรมการจัดหางานมีข้อยกเว้นตามประเภทและกรณีที่ข้อมูลการเข้าทำงานถูกยื่นไว้แล้วในการขออนุญาตทำงาน ต้องตรวจมาตราและชื่อผู้จ้างในคำขอจริงก่อนตัดสินใจ

ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานผ่าน BOI ต้องยื่น บต.52 ด้วยหรือไม่?

ประกาศข้อยกเว้นกล่าวถึงคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนภายใต้มาตรา 62 แต่ต้องตรวจว่ารายบุคคลและคำขออยู่ในช่องทางดังกล่าวจริง ไม่ควรตีความว่าบริษัทที่มี BOI ทุกแห่งได้รับยกเว้นสำหรับพนักงานทุกประเภท

บต.52 กับ บต.55 ใช้แทนกันได้หรือไม่?

ไม่ได้โดยอัตโนมัติ บต.52 เป็นการแจ้งฝั่งนายจ้างตามมาตรา 13 ส่วน บต.55 เป็นการแจ้งฝั่งคนต่างด้าวตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 64/2 ต้องพิจารณาแบบและการยกเว้นของแต่ละฝ่าย

ถ้าบริษัทเปลี่ยนนายจ้างให้พนักงาน ต้องยื่นเฉพาะ บต.52 ใช่หรือไม่?

ไม่เพียงพอที่จะสรุปจาก บต.52 อย่างเดียว เพราะการเปลี่ยน/เพิ่มผู้จ้างอาจเกี่ยวข้องกับคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน บต.44 การแจ้งของคนต่างด้าว บต.55 และการแจ้งออกของนายจ้างรายเดิม ต้องตรวจลำดับและขอบเขตตามใบอนุญาตจริง

ยื่น บต.52 ผ่านระบบแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

ให้ติดตาม e-Tracking จนมีผลหรือเอกสารตอบรับจากระบบ ตรวจว่ามีรายการต้องแก้ไขหรือไม่ และเก็บเลขรับเรื่องพร้อมหลักฐานไว้ในแฟ้มการจ้างงาน ไม่ควรถือว่าข้อความยื่นคำร้องเรียบร้อยเท่ากับได้รับการยืนยันครบทุกขั้นตอนแล้วเสมอไป

หากเลยกำหนดแจ้ง หรือไม่แน่ใจว่าได้รับยกเว้น ควรทำอย่างไร?

ตรวจประเภทคนต่างด้าว ข้อเท็จจริงวันเริ่มจ้าง และเอกสารยื่นคำขอเดิมให้ครบ แล้วติดต่อสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบหรือศูนย์บริการ e-WorkPermit โดยเร็ว ไม่ควรยื่นข้อมูลย้อนหลังที่ไม่ตรงความจริงหรือคาดเดาค่าปรับและวิธีแก้ไขจากกรณีของผู้อื่น

BTOOLS IMMIGRATION

ต้องตรวจหน้าที่แจ้งการจ้างของบริษัทก่อนเริ่มดำเนินการ?

หากบริษัทกำลังรับคนต่างชาติเข้าทำงานและไม่แน่ใจว่าเข้าข้อยกเว้นหรือจำเป็นต้องใช้แบบ บต.52 สามารถรวบรวมประเภทใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลนายจ้าง และประวัติคำขอเดิมเพื่อสอบถามแนวทางประสานงานที่เกี่ยวข้องกับ BTools Immigration ได้ การวินิจฉัยข้อยกเว้นและการรับเรื่องยังเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลราชการเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เนื้อหานี้เป็นแนวทางสำหรับการคัดแยกประเภทคำขอและเตรียมงานด้านเอกสาร ไม่ใช่การยืนยันข้อยกเว้นทางกฎหมายรายกรณี ระบบ e-WorkPermit และแนวปฏิบัติของสำนักงานจัดหางานอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจประกาศและขั้นตอนล่าสุดก่อนยื่นคำร้องจริง

บทความอื่นๆ