WORK PERMIT & EMPLOYMENT TERMINATION

ยกเลิก Work Permit เมื่อพนักงานต่างชาติลาออก ต้องทำอย่างไร? วิธีแจ้งออกและตรวจสิทธิพำนัก

เมื่อลูกจ้างต่างชาติลาออกหรือสิ้นสุดการจ้าง นายจ้างต้องตรวจหน้าที่แจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางาน และควรประสานเรื่องใบอนุญาตทำงานกับสถานะการพำนักของพนักงานแยกกัน บทความนี้อธิบายแบบ บต.53 ช่องทาง e-WorkPermit เอกสาร และจุดที่มักสับสนสำหรับผู้ดูแลเรื่องนี้

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลทางการ: 4 พฤศจิกายน 2569 สำหรับนายจ้าง ฝ่าย HR ผู้ประสานงาน และผู้เกี่ยวข้อง

สรุปสั้น ๆ

หากพนักงานต่างชาติลาออก นายจ้างควรเริ่มจากยืนยันวันสิ้นสุดการจ้างและแจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน โดยกรมการจัดหางานมีบริการแจ้งออกผ่าน e-WorkPermit (แบบ บต.53) สำหรับกรณีที่เข้าเกณฑ์ โดยหน้าที่แจ้งตามมาตรา 13 มีกรอบเวลาทั่วไป 15 วันนับแต่วันที่ออกจากงาน แต่บางกรณี เช่น การนำเข้าแรงงานตามเงื่อนไขเฉพาะ อาจมีหน้าที่และกำหนดเวลาอื่นเพิ่มเติม

การแจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางาน ไม่ใช่หลักฐานว่าจัดการสิทธิพำนักเสร็จแล้ว หากพนักงานได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเพราะทำงานกับนายจ้างรายนั้น ต้องตรวจเรื่องการแจ้งพ้นหน้าที่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่รอให้ครบกำหนดแจ้งออกของกรมการจัดหางาน

อ้างอิง: กรมการจัดหางาน — e-WorkPermit และ เว็บไซต์รัฐบาลไทย — การพ้นหน้าที่และสิทธิพำนัก

แจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน ยกเลิก Work Permit และแจ้งพ้นหน้าที่ ต่างกันอย่างไร?

คำว่า “ยกเลิก Work Permit” มักถูกใช้รวมหลายงานไว้ด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติควรแยกว่า กำลังแจ้งข้อมูลการจ้างงานกับกรมการจัดหางาน จัดการสถานะของใบอนุญาตทำงาน หรือ จัดการเหตุแห่งการอนุญาตให้อยู่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพราะใช้ข้อมูล หน่วยงาน และผลทางกฎหมายคนละส่วน

เรื่อง ใช้ทำอะไร ข้อควรจำ
แจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน (บต.53) นายจ้างแจ้งว่าสิ้นสุดการจ้างกับกรมการจัดหางาน พร้อมวันและเหตุที่ออกจากงาน เป็นงานแจ้งข้อมูลการจ้างตามแบบและบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การอนุมัติให้พำนักต่อ
สถานะใบอนุญาตทำงาน ตรวจว่าใบอนุญาตเดิมยังใช้ได้ในเงื่อนไขใด และมีขั้นตอนยกเลิก คืนเอกสาร หรือเปลี่ยนรายการเพิ่มเติมหรือไม่ การเปลี่ยนนายจ้างหรือฐานสิทธิอาจใช้แนวทางเฉพาะ ไม่ควรถือว่าใบอนุญาตเดิมใช้กับนายจ้างใหม่ได้ทันที
แจ้งพ้นหน้าที่ / สิทธิพำนัก ตรวจผลของการสิ้นสุดงานต่อการอนุญาตให้อยู่ต่อที่อาศัยเหตุการทำงาน ต้องประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามสถานะจริงของแต่ละราย โดยเฉพาะหากมีผู้ติดตาม

หากยังสับสนว่าใบอนุญาตทำงานและวีซ่าต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มเติมที่ Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร

พนักงานต่างชาติลาออก นายจ้างต้องแจ้งออกภายในกี่วัน?

สำหรับหน้าที่แจ้งออกจากงานตาม มาตรา 13 กรมการจัดหางานระบุกรอบเวลาทั่วไปว่า นายจ้างต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน พร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน การลาออก การเลิกจ้าง และการสิ้นสุดสัญญาจึงไม่ควรถูกปล่อยผ่านโดยไม่มีผู้รับผิดชอบด้านการแจ้ง

อย่างไรก็ดี อย่าใช้ 15 วันเป็นคำตอบสำหรับทุกระบบและทุกสถานะ หากเป็นแรงงานที่นำเข้าตาม MOU หรืออยู่ภายใต้บทบัญญัติเฉพาะ อาจมีหน้าที่แจ้งต่อผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานและนายทะเบียนภายในกรอบเวลาที่ต่างออกไป เช่น กรณีตามมาตรา 50 ซึ่งกำหนด 7 วัน ควรตรวจประเภทการอนุญาตก่อนกำหนดวันครบกำหนดในระบบของบริษัท

แหล่งกฎหมาย: พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 และ คำชี้แจงกรมการจัดหางานเรื่องการแจ้งเข้า–ออก ทั้งนี้ ต้องตรวจประกาศและเงื่อนไขเฉพาะที่มีผล ณ วันดำเนินการ

อย่ารอครบ 15 วันจึงค่อยตรวจเรื่อง ตม. กรอบเวลาแจ้งออกของกรมการจัดหางานไม่ใช่ระยะเวลาผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยหลังสิ้นสุดเหตุการทำงาน ผู้ที่ถือสิทธิอยู่ต่อด้วยเหตุทำงานควรเตรียมเรื่องตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้าก่อนวันพ้นงาน

ก่อนวันพนักงานลาออก ควรตรวจข้อมูลอะไรบ้าง?

เป้าหมายคือให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเห็นข้อมูลตรงกันก่อนยื่นคำแจ้ง ไม่ใช่เพียงรับใบลาออกแล้วถือว่าเรื่อง Immigration เสร็จสิ้น

  1. ยืนยันวันพ้นงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันทำงานวันสุดท้ายและเหตุออกจากงานให้ตรงกับหนังสือของบริษัทและข้อมูลที่จะกรอกในแบบแจ้ง
  2. ตรวจเอกสารการทำงานเดิม เตรียมชื่อ–สกุล สัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง เลขใบอนุญาตทำงาน และข้อมูลนายจ้างให้ตรงกัน
  3. ระบุประเภทการอนุญาตทำงาน แยกว่าเป็นพนักงาน Non-B ทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI หรือแรงงานภายใต้ MOU เพื่อไม่ใช้แบบและขั้นตอนผิดกรณี
  4. ตรวจสถานะการพำนัก ดูหลักฐานอนุญาตให้อยู่ล่าสุด เหตุที่ใช้ขออยู่ต่อ และสถานะผู้ติดตาม (ถ้ามี) โดยไม่อาศัยเพียงวันหมดอายุวีซ่าบนเอกสาร
  5. กำหนดผู้ประสานงาน แยกผู้รับผิดชอบเรื่องกรมการจัดหางาน เรื่อง ตม. และการส่งมอบหลักฐานให้พนักงาน

ขั้นตอนแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานผ่าน e-WorkPermit (บต.53)

ณ วันที่ตรวจสอบ หน้า e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน แสดงบริการสำหรับนายจ้างชื่อ “การแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้าง” ตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง / มาตรา 46 วรรคสาม (แบบ บต.53) จึงใช้เป็นจุดเริ่มต้นตรวจช่องทางยื่นปัจจุบันได้

  1. เข้าสู่ระบบ e-WorkPermit ด้วยบัญชีที่มีสิทธิของนายจ้าง ตรวจว่าบริษัทและพนักงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลในระบบถูกต้อง
  2. เลือกหมวดบริการเกี่ยวกับการแจ้งการจ้างหรือการออกจากงาน จากนั้นเลือกบริการแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้าง (บต.53)
  3. ตรวจข้อมูลลูกจ้างและวันที่ออกจากงาน ระบุเหตุแห่งการออกจากงานให้สอดคล้องกับเอกสารของบริษัท
  4. แนบเอกสารตามที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่กำหนด ตรวจความครบถ้วนก่อนส่งคำแจ้ง ไม่ใช้รายการเอกสารของคำขอประเภทอื่นแทนโดยอัตโนมัติ
  5. ส่งรายการและเก็บหลักฐานรับแจ้ง ติดตามสถานะจนมีหลักฐานที่แสดงว่ารายการได้รับการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ลำดับข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับผู้ประสานงานตามชื่อบริการที่ปรากฏบนระบบ ไม่ใช่ภาพจำลองปุ่มหรือคำรับรองว่าทุกบัญชีเห็นหน้าจอเหมือนกัน ระบบอาจเปลี่ยนรายละเอียดเมนูและเงื่อนไขการแนบเอกสารได้ หากบัญชีไม่พบพนักงานหรือส่งรายการไม่ได้ ให้ตรวจปัญหาผ่านช่องทางช่วยเหลือใน e-WorkPermit หรือสอบถามสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบ

เอกสารแจ้งออกจากงานและยกเลิก Work Permit ที่ควรเตรียม

สำนักงานจัดหางานมีตัวอย่างรายการเอกสารสำหรับการแจ้งยกเลิกการอนุญาตทำงานด้วย บต.53 แต่รายการที่ต้องใช้จริงอาจต่างกันตามรูปแบบการยื่น ประเภทนายจ้าง และข้อเท็จจริงของคนต่างด้าว ให้ตรวจคำขอที่แสดงในระบบหรือสอบถามสำนักงานที่รับผิดชอบก่อนยื่น

กลุ่มเอกสาร รายการที่ควรตรวจ
ข้อมูลการออกจากงาน แบบแจ้งออกจากงาน บต.53, วันที่สิ้นสุดการจ้าง, เหตุแห่งการออกจากงาน และหลักฐานประกอบจากบริษัท
ข้อมูลคนต่างด้าว สำเนาใบอนุญาตทำงานหรือข้อมูลใบอนุญาต และสำเนาหนังสือเดินทางตามที่รายการคำขอกำหนด
ข้อมูลนายจ้าง เอกสารแสดงตัวตนนายจ้างหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล และลายมือชื่อผู้มีอำนาจตามเงื่อนไข
กรณีมอบอำนาจ หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประจำตัวผู้รับมอบอำนาจตามรายการที่หน่วยงานกำหนด
หลักฐานหลังยื่น หลักฐานรับแจ้งหรือสถานะรายการจากระบบ วันที่ดำเนินการ และผู้รับผิดชอบ

อ้างอิงตัวอย่างเอกสาร: สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 — การแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน / แบบ บต.53 เอกสารนี้ใช้เป็นรายการตรวจเตรียม ไม่ควรอ้างว่าเป็นรายการเดียวที่ครอบคลุมทุกช่องทางในปี 2569

แจ้งออกจากงานแล้ว ต้องยกเลิก Non-B Visa หรือแจ้งพ้นหน้าที่ด้วยไหม?

ต้องตรวจฐานสิทธิในการพำนักของพนักงานก่อนตอบ หากบุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในประเทศไทยด้วยเหตุทำงานกับนายจ้างที่สิ้นสุดการจ้าง การเปลี่ยนแปลงเหตุแห่งการอยู่ต่ออาจทำให้สิทธิอยู่ต่อเดิมสิ้นสุดลงตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกรณีนั้น การแจ้งออกของกรมการจัดหางานเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบว่าพนักงานอยู่ต่อได้ถึงวันใด

ตามคำชี้แจงเกี่ยวกับการแจ้งพ้นหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย เอกสารที่ใช้ในกรณีการอยู่ต่อเพราะทำงานมีตัวอย่างเช่น หนังสือบริษัทที่ระบุวันที่พ้นหน้าที่ หนังสือรับรองบริษัท เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือเดินทางของผู้พ้นหน้าที่ โดยให้ติดต่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบการอนุญาตให้อยู่เดิมเพื่อยืนยันขั้นตอน

จุดเสี่ยง: อย่าใช้วัน “Admitted Until” บนตราประทับเดิมเป็นคำยืนยันว่ายังอยู่ได้เสมอหลังสิ้นสุดงาน หากเหตุแห่งการได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเปลี่ยนไป และอย่าสรุปว่า Non-B ทุกแบบหรือวีซ่าทุกประเภทถูกยกเลิกเหมือนกัน

สำหรับการแยกวันวีซ่ากับวันอนุญาตให้อยู่ อ่าน Visa Validity กับ Duration of Stay ต่างกันอย่างไร และ คู่มือต่อวีซ่า Non-B เพื่อเข้าใจว่าเป็นคนละประเด็นกับการแจ้งออกจากงาน

แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย — Procedures when foreigners change their employer or terminate employment (เผยแพร่ปี 2566; ใช้อธิบายหลักการและรายการเอกสาร โดยให้ตรวจวิธีปฏิบัติล่าสุดกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนดำเนินการ)

ถ้าพนักงานจะเปลี่ยนนายจ้าง หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ BOI / แรงงาน MOU ต้องทำเหมือนกันไหม?

ไม่ควรใช้ขั้นตอนเดียวกับทุกกลุ่ม เนื่องจากประเภทใบอนุญาต สิทธิประโยชน์ และเหตุแห่งการพำนักอาจแตกต่างกัน

กรณี 1: ลาออกและเตรียมไปทำงานกับบริษัทใหม่

สำหรับแผนย้ายไปบริษัทใหม่ อ่าน ขั้นตอนเปลี่ยนนายจ้าง Work Permit เพื่อเตรียมคำขอและตรวจสิทธิทำงานของนายจ้างใหม่ โดยแยกจากหน้าที่แจ้งออกของบริษัทเดิม

บริษัทเดิมต้องตรวจหน้าที่แจ้งออกตามกรณี ส่วนบริษัทใหม่และพนักงานต้องตรวจการเปลี่ยนนายจ้างหรือคำขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรให้เริ่มทำงานกับนายจ้างใหม่โดยถือว่าใบอนุญาตเดิมใช้ได้ทันที และควรวางแผนสิทธิพำนักควบคู่กัน

กรณี 2: ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI

บริษัทควรตรวจการแจ้งพ้นตำแหน่งหรือสิทธิผู้เชี่ยวชาญในระบบ BOI แยกจากหน้าที่เกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน้า FAQ ของ BOI มีคำถามเฉพาะเรื่องการแจ้งพ้นตำแหน่ง จึงไม่ควรใช้ บต.53 เป็นคำตอบครบทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ ดูบริการ BOI Visa & Work Permit

กรณี 3: แรงงานภายใต้ MOU

ต้องตรวจเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานและบทกฎหมายที่ใช้กับรายนั้น ซึ่งบางสถานการณ์มีหน้าที่แจ้งต่อผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานหรือหน่วยงานภายในกรอบเวลาอื่น ไม่ควรใช้กรอบเวลา 15 วันของมาตรา 13 เป็นคำตอบสำหรับทุกหน้าที่

กรณี 4: พนักงานยังถือวีซ่าประเภทอื่นหรือมีสิทธิพำนักอีกฐานหนึ่ง

ให้ตรวจเอกสารและเหตุแห่งการอนุญาตจริงก่อนสรุปว่าอยู่ต่อได้หรือไม่ได้ การแจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางานไม่ใช่การพิจารณาสิทธิพำนักแทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

EMPLOYER CHECKLIST

Checklist เมื่อพนักงานต่างชาติพ้นงาน: แบ่งงานก่อนและหลังวันลาออก

รายการนี้เป็นเครื่องมือจัดการงานภายในองค์กร ไม่ใช่รายการขั้นตอนบังคับเดียวกันสำหรับคนต่างด้าวทุกประเภท

BEFORE LAST WORKING DAY

ก่อนวันสิ้นสุดการจ้าง

  • ยืนยันวันพ้นงานและเหตุแห่งการออก
  • ตรวจประเภทใบอนุญาต / BOI / MOU
  • เตรียมข้อมูลนายจ้างและคนต่างด้าว
  • ตรวจวันอนุญาตให้อยู่และผู้ติดตาม
  • ติดต่อ ตม. ล่วงหน้าหากสิทธิอยู่ต่ออิงกับงาน

AFTER / ON TERMINATION

เมื่อพ้นงานและหลังจากนั้น

  • แจ้งออกจากงานตามแบบและกำหนดเวลาที่ใช้
  • ตรวจรายการ บต.53 ใน e-WorkPermit ตามกรณี
  • ดำเนินการกับ ตม. ตามฐานสิทธิพำนักจริง
  • เก็บหลักฐานยื่นและผลรับแจ้ง
  • บันทึกผู้รับผิดชอบ วันที่ดำเนินการ และรายการที่ยังค้าง

สำหรับองค์กรที่มีพนักงานต่างชาติหลายราย ควรเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและจำกัดสิทธิการเข้าถึงสำเนาหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานตามความเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกเลิก Work Permit เมื่อพนักงานลาออก

แบบ บต.53 ใช้ทำอะไร?

แบบ บต.53 เป็นแบบแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้างตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรมการจัดหางานมีบริการนี้ใน e-WorkPermit ข้อมูลหลักคือคนต่างด้าว นายจ้าง วันและเหตุแห่งการออกจากงาน ไม่ใช่คำขอวีซ่าหรือหลักฐานการอนุญาตให้อยู่ต่อ

พนักงานลาออกแล้ว นายจ้างมีเวลาแจ้งกี่วัน?

หน้าที่แจ้งตามมาตรา 13 มีกรอบเวลาทั่วไป 15 วันนับแต่วันที่ออกจากงาน แต่บางประเภท เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับการนำแรงงานเข้ามาทำงานตามเงื่อนไขเฉพาะ อาจมีหน้าที่แจ้งอื่นภายในระยะเวลาต่างกัน จึงต้องตรวจฐานการอนุญาตและกฎหมายที่ใช้จริง

แจ้งออกจากงานใน e-WorkPermit แล้วถือว่ายกเลิกวีซ่าเสร็จหรือไม่?

ไม่ถือว่าเสร็จโดยอัตโนมัติ การแจ้งออกกับกรมการจัดหางานกับการจัดการเหตุแห่งการอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นคนละเรื่อง ถ้าสิทธิพำนักผูกกับงานที่สิ้นสุด ควรติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทันทีตามกรณี

ถ้าพนักงานไปทำงานกับบริษัทใหม่ ต้องดำเนินการเหมือนลาออกถาวรหรือไม่?

ต้องตรวจทั้งหน้าที่ของบริษัทเดิมและคำขอหรือการเปลี่ยนรายการที่เกี่ยวกับบริษัทใหม่ ไม่ควรถือว่าแจ้งออกอย่างเดียวทำให้เริ่มงานใหม่ได้ และต้องตรวจสิทธิพำนักที่เกี่ยวข้องด้วย

ผู้เชี่ยวชาญ BOI ลาออก ใช้ บต.53 อย่างเดียวได้ไหม?

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น บริษัทที่ใช้สิทธิ BOI ต้องตรวจการแจ้งพ้นตำแหน่งและกระบวนการภายใต้ BOI เพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง รวมถึงประสานกรมการจัดหางานและตรวจคนเข้าเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้อง

หากระบบ e-WorkPermit ไม่พบรายชื่อพนักงานควรทำอย่างไร?

ให้ตรวจบัญชีนายจ้าง ความเชื่อมโยงข้อมูล และสถานะใบอนุญาตก่อน จากนั้นใช้ช่องทางช่วยเหลือในระบบหรือสอบถามสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบ อย่าถือว่ารายชื่อไม่แสดงหมายความว่าไม่มีหน้าที่แจ้ง

จำเป็นต้องคืนใบอนุญาตทำงานฉบับจริงหรือไม่?

ต้องตรวจรูปแบบใบอนุญาตและคำแนะนำปัจจุบันของสำนักงานจัดหางาน เนื่องจากบางแนวทางและเอกสารเก่ากล่าวถึงการคืนฉบับจริง ขณะที่ระบบการรับแจ้งปัจจุบันมีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ควรให้พนักงานส่งคืนเอกสารโดยไม่มีการตรวจกรณี

BTOOLS IMMIGRATION

ต้องจัดการ Work Permit และสถานะพำนักหลังพนักงานลาออก?

หากบริษัทกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อประสานเรื่องใบอนุญาตทำงาน การแจ้งออกจากงาน หรือการพ้นหน้าที่ของพนักงานต่างชาติ สามารถติดต่อ BTools Immigration เพื่อสอบถามขอบเขตบริการและแนวทางเตรียมเอกสารที่เหมาะกับกรณีได้

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลทางการ

ตรวจสอบเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 · บทความนี้เป็นแนวทางข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี กฎหมาย ขั้นตอนและหน้าระบบอาจเปลี่ยนได้ ผู้ดำเนินการควรตรวจประเภทการอนุญาต เอกสาร และคำแนะนำของหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นจริง

บทความอื่นๆ