WORK PERMIT & JOB TITLE CHANGE
เปลี่ยนตำแหน่งงาน ต้องแก้ Work Permit ไหม? เช็กขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เมื่อบริษัทเลื่อนตำแหน่งหรือปรับหน้าที่ของพนักงานต่างชาติ ควรตรวจว่าเปลี่ยนเพียงชื่อเรียกตำแหน่ง หรือเปลี่ยนประเภทและลักษณะงานที่ได้รับอนุญาตด้วย บทความนี้อธิบายวิธีประเมินความแตกต่าง การใช้แบบ บต.44 และ บต.45 และ Checklist ก่อนให้พนักงานเริ่มบทบาทใหม่
สรุปสั้น ๆ
การเปลี่ยนชื่อตำแหน่งงานไม่ได้แปลว่าต้องขอ Work Permit ใหม่ทุกกรณี สิ่งที่ต้องตรวจคือ หน้าที่ที่ทำจริง ประเภทงาน สิทธิและเงื่อนไขของการอนุญาตเดิม รวมถึงข้อมูลที่ปรากฏบนใบอนุญาตทำงาน หากมีรายการที่ต้องปรับให้ตรงกับข้อเท็จจริง อาจต้องใช้กระบวนการเปลี่ยนรายการกับกรมการจัดหางาน
ระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานแสดงบริการเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน โดยระบุแบบ บต.44 และ บต.45 ในกลุ่มคำขอที่เกี่ยวข้อง แต่แบบที่ใช้จริงขึ้นกับกรณี ไม่ใช่เลือก บต.44 หรือ บต.45 จากชื่อตำแหน่งอย่างเดียว โดยเฉพาะงานในบัญชีอาชีพที่มีกฎหมายกำหนดเงื่อนไข
แหล่งอ้างอิง: กรมการจัดหางาน — e-WorkPermit, แบบ บต.44 และ แบบ บต.45
เปลี่ยนตำแหน่งงานแบบไหนต้องตรวจ Work Permit?
ก่อนแก้ข้อมูลในระบบบุคคล บริษัทควรตรวจใบอนุญาตทำงานและข้อเท็จจริงของงานใหม่ควบคู่กัน เพราะคำว่า “เลื่อนตำแหน่ง” อาจหมายถึงการเปลี่ยนชื่อเรียกในโครงสร้างบริษัท หรือการรับผิดชอบงานคนละประเภทจากเดิมก็ได้ การตัดสินจากชื่อตำแหน่งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรตรวจ | แนวทางเบื้องต้น |
|---|---|---|
| เปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่ง แต่ทำงานลักษณะเดิม | ขอบเขตหน้าที่จริงและรายการบนใบอนุญาตเดิมเปลี่ยนหรือไม่ | ตรวจว่ามีรายการที่ต้องแก้ในใบอนุญาตหรือเงื่อนไขเฉพาะหรือไม่ ไม่สรุปว่าต้องยื่นคำขอใหม่ทันที |
| เลื่อนตำแหน่งพร้อมเปลี่ยนหน้าที่หลัก | ประเภทงาน ลักษณะงาน และสิทธิทำงานที่ได้รับอนุญาตเดิม | ขอความชัดเจนเรื่องการเปลี่ยนรายการหรือสิทธิทำงานก่อนเริ่มบทบาทใหม่ หากมีความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ |
| เพิ่มงานอีกประเภทหนึ่ง | งานที่เพิ่มอยู่ในขอบเขตสิทธิเดิมหรือเป็นงานที่มีข้อจำกัดตามประกาศ | ตรวจว่าต้องดำเนินการเพิ่มเติมหรือมีแบบเฉพาะที่เกี่ยวข้อง |
| เปลี่ยนไปทำงานให้บริษัทอื่น | นิติบุคคลนายจ้างและฐานสิทธิทำงาน | เป็นประเด็นเปลี่ยนนายจ้าง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยน Job Title |
| พนักงานใช้สิทธิ BOI หรือสถานะเฉพาะ | ตำแหน่งและเงื่อนไขการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ตรวจขั้นตอนของ BOI หรือหน่วยงานที่ให้สิทธิควบคู่กับ Work Permit |
ประเด็นสำคัญคือ อย่าใช้คำตอบเดียวสำหรับพนักงานต่างชาติทุกประเภท ข้อกำหนดของการอนุญาตทำงานทั่วไป งานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ และสิทธิภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุนอาจแตกต่างกัน
ชื่อเรียกตำแหน่ง (Job Title) กับประเภทและลักษณะงาน ต่างกันอย่างไร?
การแยกสองเรื่องนี้ทำให้คำขอไม่เริ่มจากความเข้าใจผิด ระหว่าง ชื่อเรียกตำแหน่งภายในบริษัท กับ รายละเอียดงานที่ทำจริงและสิทธิทำงานตามกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต้องพิจารณาเป็นหลัก
JOB TITLE
ชื่อเรียกตำแหน่งในองค์กร
ใช้บอกระดับหรือบทบาทในโครงสร้างบริษัท เช่น เปลี่ยนชื่อจาก Senior Specialist เป็น Manager หากหน้าที่หลักไม่เปลี่ยน ควรตรวจข้อมูลในใบอนุญาตและเงื่อนไขเดิมก่อนวางแผนยื่นรายการใด
ACTUAL DUTIES
ประเภทงานและงานที่ทำจริง
ครอบคลุมหน้าที่ ความรับผิดชอบ และงานที่เพิ่มขึ้น เช่น จากวิเคราะห์ข้อมูลไปดูแลการขายหรือปฏิบัติงานวิชาชีพอื่น การเปลี่ยนลักษณะงานอาจต้องตรวจสิทธิและข้อจำกัดเพิ่มเติม
กรณีเลื่อนตำแหน่งโดยที่หน้าที่งานแทบไม่เปลี่ยน
เริ่มจากเทียบเอกสารตำแหน่งเดิมกับตำแหน่งใหม่ และตรวจว่ารายการที่ราชการบันทึกหรือเงื่อนไขอนุญาตมีส่วนใดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนประเภทงานในสาระสำคัญ อาจไม่ต้องดำเนินการเหมือนกรณีเปลี่ยนประเภทงานทั้งหมด แต่ไม่ควรรับรองว่าไม่ต้องแจ้งหรือแก้ไขโดยไม่ตรวจประเภทใบอนุญาตจริง
กรณีรับผิดชอบงานใหม่ที่ต่างจากเดิม
ให้จัดทำคำอธิบายลักษณะงาน (Job Description) ฉบับใหม่ และตรวจความเกี่ยวข้องกับประเภทงานที่อนุญาต การดำเนินการอาจไม่ใช่แค่เปลี่ยนข้อความในเอกสาร แต่ต้องตรวจความชอบด้วยกฎหมายของงานใหม่และเงื่อนไขอื่นที่ได้รับอนุญาตด้วย
แบบ บต.44 และ บต.45 สำหรับแก้ Work Permit ใช้ต่างกันอย่างไร?
กรมการจัดหางานเผยแพร่แบบคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานหลายประเภท จึงควรเลือกตามลักษณะคำขอและฐานสิทธิ ไม่ใช่เลือกจากคำว่า “เปลี่ยนตำแหน่ง” เพียงอย่างเดียว
| แบบ | วัตถุประสงค์ตามชื่อแบบทางการ | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| บต.44 (WP.44) | คำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน (Request Form for Making Changes to Particulars of the Work Permit) | เป็นแบบทั่วไปเกี่ยวกับรายการในใบอนุญาต ไม่ได้แปลว่าทุกกรณีเปลี่ยน Job Title ต้องใช้แบบนี้ทันที |
| บต.45 (WP.45) | คำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายประกาศกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ | เป็นกรณีเฉพาะของประเภทงานตามบัญชีที่กำหนด ไม่ใช่แบบยื่นสำหรับการเลื่อนตำแหน่งทั่วไปทุกกรณี |
สำหรับ บต.44 แบบทางการมีช่องให้ระบุรายการที่ต้องการเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร พร้อมเหตุผลและหลักฐานประกอบ ส่วน บต.45 ระบุกรณีเฉพาะเกี่ยวกับประเภทงานตามบัญชีสองและบัญชีสาม จึงต้องตรวจว่าประเภทงานใหม่เข้าหลักเกณฑ์ใดก่อนเลือกแบบ
ดาวน์โหลดและตรวจข้อมูลแบบจากกรมการจัดหางานโดยตรง: บต.44 และ บต.45 หากระบบกำหนดแบบหรือแนวทางเฉพาะสำหรับประเภทการอนุญาตของพนักงาน ให้ตรวจตามรายการที่หน่วยงานรับคำขอระบุในวันที่ยื่นจริง
เอกสารแก้ไข Work Permit เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งงาน ควรเตรียมอะไร?
เอกสารต่อไปนี้เป็น รายการสำหรับตรวจความพร้อมเบื้องต้น ไม่ใช่รายการบังคับครบทุกกรณี เพราะคำขอที่ใช้และชนิดของงานอาจกำหนดเอกสารแตกต่างกัน แบบ บต.44 ของกรมการจัดหางานระบุหมวดหลักฐานสำคัญ ได้แก่ เอกสารแสดงตัวตน หลักฐานยืนยันว่ามีการเปลี่ยนรายการจริง และใบอนุญาตทำงาน
| ข้อมูล / เอกสาร | ใช้ตรวจอะไร | ข้อควรทราบ |
|---|---|---|
| หนังสือเดินทางหรือหลักฐานตัวตนของพนักงาน | ชื่อ สัญชาติ และข้อมูลผู้ได้รับอนุญาต | ตรวจให้ตรงกับใบอนุญาตและบัญชีที่ใช้ยื่น |
| ใบอนุญาตทำงานฉบับปัจจุบัน / ข้อมูลใบอนุญาตดิจิทัล | ข้อมูลที่ได้รับอนุญาตอยู่เดิมและวันสิ้นสุดสิทธิ | อย่าใช้ข้อมูลที่หมดอายุหรือรูปเอกสารเก่าแทนข้อมูลล่าสุด |
| หนังสือแต่งตั้งหรือปรับตำแหน่งจากบริษัท | ระบุชื่อตำแหน่งเดิม–ใหม่และวันที่มีผล | เป็นหลักฐานประกอบตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เอกสารที่ราชการกำหนดให้ใช้ชื่อเดียวกันทุกกรณี |
| Job Description เดิมและใหม่ | เทียบว่าลักษณะงานจริงต่างกันเพียงใด | อธิบายหน้าที่หลักให้ชัด ไม่ใช้เพียงชื่อตำแหน่ง |
| ข้อมูลนายจ้าง / ผู้มีอำนาจและหนังสือมอบอำนาจ | ตรวจผู้ยื่นและข้อมูลนิติบุคคลหากเกี่ยวข้อง | เตรียมตามที่ระบบหรือสำนักงานจัดหางานขอสำหรับประเภทคำขอ |
| ใบอนุญาตวิชาชีพหรือหลักฐานคุณสมบัติ (ถ้าเกี่ยวข้อง) | ตรวจงานวิชาชีพที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไข | ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ต้องมีเอกสารชนิดนี้ |
หากสำนักงานที่รับคำขอหรือระบบต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ให้จัดเตรียมตามรายการนั้นโดยเฉพาะ และเก็บไฟล์ที่ใช้ยื่นพร้อมวันส่งคำขอไว้ในแฟ้มพนักงานที่มีการกำหนดสิทธิเข้าถึงเหมาะสม
วิธีดำเนินการตรวจและแก้ไข Work Permit ผ่าน e-WorkPermit
กรมการจัดหางานเปิดให้บริการระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 และหน้าเว็บไซต์ที่ตรวจสอบแสดงหมวด การยื่นขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน พร้อมแบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บต.22, บต.44 และ บต.45
แนวทางด้านล่างเป็นลำดับการทำงานที่ผู้ประสานงานใช้ตรวจและเตรียมคำขอได้ ไม่ใช่การรับรองว่าหน้าจอทุกบัญชีมีปุ่มหรือช่องกรอกเหมือนกัน และยังไม่ได้ทดสอบหน้าที่อยู่หลังการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ยื่นจริง
- ตรวจฐานการอนุญาตปัจจุบัน ดูประเภทใบอนุญาต นายจ้าง และสิทธิทำงานที่ปรากฏบนหลักฐานล่าสุด พร้อมตรวจว่าพนักงานอยู่ภายใต้กระบวนการ BOI หรือเงื่อนไขพิเศษหรือไม่
- เทียบตำแหน่งเดิมกับงานใหม่ ขอหนังสือแต่งตั้งและ Job Description สองช่วงเวลาเพื่อแยกการเปลี่ยนชื่อออกจากการเปลี่ยนประเภทหรือลักษณะงาน
- เลือกช่องทางและแบบคำขอให้ตรงกรณี ตรวจเมนูบริการเกี่ยวกับการเปลี่ยนรายการใน e-WorkPermit และสอบถามสำนักงานจัดหางานเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องใช้ บต.44, บต.45 หรือกระบวนการอื่น
- กรอกข้อมูลและแนบหลักฐานตามระบบ ตรวจชื่อคนต่างด้าว ข้อมูลนายจ้าง รายการเดิม–ใหม่ และเหตุผลให้ตรงกันทุกฉบับก่อนส่ง
- ติดตามผลและตรวจข้อมูลหลังดำเนินการ เก็บเลขอ้างอิง ผลการพิจารณาหรือหลักฐานตอบรับ และตรวจว่ารายการในใบอนุญาตหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องถูกต้อง
หากพบปัญหาข้อมูลพนักงานไม่แสดง ระบบไม่เปิดให้เลือกประเภทคำขอ หรือข้อมูลใบอนุญาตไม่ตรงกับเอกสารจริง ให้ใช้ช่องทางช่วยเหลือที่แสดงบน e-WorkPermit หรือสอบถามสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบ แทนการเลือกคำขออื่นเพื่อให้ระบบดำเนินต่อได้
กรณีเปลี่ยนตำแหน่งงานของชาวต่างชาติที่มักสับสน
กรณี 1: เลื่อนจาก Specialist เป็น Manager ในบริษัทเดิม
ควรตรวจว่าเปลี่ยนเพียงระดับและชื่อเรียกตำแหน่ง หรือเปลี่ยนหน้าที่หลัก เช่น อำนาจบริหาร ประเภทงาน หรือความรับผิดชอบที่ได้รับอนุญาต หากรายการสำคัญบนหลักฐานเดิมไม่ตรงกับงานใหม่ ให้ตรวจช่องทางเปลี่ยนรายการตามกรณี ไม่ควรสรุปจากคำว่า “Manager” เพียงคำเดียว
กรณี 2: เพิ่มงานขาย งานบริการ หรือวิชาชีพอีกประเภท
ต้องตรวจข้อจำกัดของประเภทงานและประกาศเกี่ยวกับงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำก่อน หากงานใหม่เข้าเงื่อนไขพิเศษหรืออยู่ในกลุ่มงานตามบัญชีที่กฎหมายกำหนด อาจมีคำขอเฉพาะและหลักฐานเพิ่มเติม โดยไม่ควรใช้ Job Description ฉบับใหม่เป็นหลักฐานว่ามีสิทธิทำงานนั้นแล้ว
กรณี 3: เปลี่ยนตำแหน่งพร้อมย้ายไปทำงานกับอีกบริษัทหนึ่ง
เป็นประเด็นของ การเปลี่ยนนายจ้าง ด้วย ต้องตรวจทั้งการอนุญาตทำงานกับนายจ้างใหม่และสถานะการพำนักที่เกี่ยวข้อง การแก้ชื่อตำแหน่งในเอกสารบริษัทเดิมไม่ทำให้สามารถทำงานให้บริษัทใหม่ได้โดยอัตโนมัติ
กรณี 4: ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติภายใต้ BOI เปลี่ยนตำแหน่ง
ควรตรวจเงื่อนไขและรายการอนุมัติตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญตามระบบที่ใช้ของ BOI ด้วย ไม่ควรตีความว่าเอกสาร บต.44 เพียงอย่างเดียวครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงสิทธิภายใต้ BOI ทั้งหมด หากเกี่ยวข้องกับการอนุมัติตำแหน่ง ควรตรวจเพิ่มเติมที่ บริการ BOI Visa & Work Permit หรือแหล่งทางการของ BOI ตามกรณี
กรณี 5: เปลี่ยนชื่อตำแหน่งพร้อมกับต่ออายุ Work Permit
ต้องตรวจว่าคำขอเปลี่ยนรายการและคำขอต่ออายุใช้แนวทางใดในระบบล่าสุด อย่าคิดว่าการต่ออายุจะทำให้ข้อมูลตำแหน่งเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ หากกำลังตรวจวันหมดอายุด้วย อ่านเพิ่มเติมที่ คู่มือต่ออายุ Work Permit
ข้อควรระวังก่อนให้พนักงานเริ่มทำงานในตำแหน่งใหม่
อย่าดูเพียงชื่อตำแหน่งในสัญญาจ้าง
หน้าที่ของนายจ้างและคนต่างด้าวเกี่ยวข้องกับการทำงานภายในสิทธิและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด กระทรวงแรงงานระบุเรื่องการทำงานตามสิทธิและเงื่อนไขของใบอนุญาตไว้ในหน้าคำแนะนำ จึงควรนำคำอธิบายงานจริงไปตรวจควบคู่กับเอกสารอนุญาต ไม่ใช้ชื่อในผังองค์กรเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
ตรวจงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือทำได้โดยมีเงื่อนไข
บางประเภทงานมีข้อจำกัดหรือมีเงื่อนไขเฉพาะตามประกาศกระทรวงแรงงาน การเลื่อนตำแหน่งไม่ได้ลบข้อจำกัดเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ หากหน้าที่ใหม่เกี่ยวข้องกับงานที่มีข้อกำหนด ควรตรวจประกาศและหลักฐานประกอบที่ใช้อยู่ก่อนให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่
แยก Work Permit จาก Non-B และวันอนุญาตให้อยู่
การแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำงานไม่ได้หมายความว่าได้รับการขยายเวลาพำนัก หรือเปลี่ยนเงื่อนไข Non-B ให้ตรงกันโดยอัตโนมัติ หากตำแหน่งที่เปลี่ยนกระทบเอกสารที่ใช้ในการขออยู่ต่อ ควรตรวจข้อมูลกับผู้ประสานงานด้าน Immigration ตามกรณี อ่านเพิ่มเติมที่ Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร และ การต่อวีซ่า Non-B
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิทำงานมีรายละเอียดและข้อยกเว้นตามประเภทคนต่างด้าว/ประเภทงาน รวมถึงคำอธิบายจากหน่วยงานราชการต่างช่วงเวลา บทความนี้จึงไม่กำหนดเส้นตาย ค่าธรรมเนียม หรือผลการอนุมัติเป็นตัวเลขเดียวสำหรับทุกคำขอ และควรตรวจข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการ
EMPLOYER CHECKLIST
Checklist สำหรับนายจ้าง: ตรวจ Work Permit ก่อนเปลี่ยนตำแหน่งงาน
รายการนี้เป็นแนวทางควบคุมงานภายในองค์กร ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าทุกกรณีต้องยื่นแบบเดียวกัน
- ยืนยันว่าเป็นนายจ้างนิติบุคคลเดิมหรือไม่ หากเปลี่ยนบริษัทให้แยกเป็นเรื่องเปลี่ยนนายจ้าง
- เทียบ Job Title และ Job Description เดิม–ใหม่ ระบุว่าอะไรเปลี่ยนจริง ไม่ใช้เพียงชื่อตำแหน่ง
- ตรวจใบอนุญาตทำงานปัจจุบัน ดูข้อมูลพนักงาน ประเภทงาน เงื่อนไข และสถานะล่าสุด
- เช็กประเภทงานที่มีข้อจำกัด ประเมินว่างานใหม่เข้ากลุ่มงานห้ามหรือทำได้โดยมีเงื่อนไขหรือไม่
- ตรวจระบบสิทธิพิเศษ หากเป็น BOI หรือสถานะเฉพาะ ให้ประสานระบบที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปแนวทาง
- ยืนยันแบบและช่องทางกับหน่วยงานรับคำขอ ตรวจความเหมาะสมของ บต.44 / บต.45 หรือขั้นตอนอื่นสำหรับรายนั้น
- เตรียมเอกสารและติดตามผล เก็บข้อมูลคำขอ ผลพิจารณา และเอกสารที่แก้ไขแล้วไว้ตรวจสอบย้อนหลัง
- กำหนดวันเริ่มบทบาทใหม่ให้สอดคล้องกับสิทธิทำงาน หากต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติม ให้ตรวจผลก่อนเริ่มงานในขอบเขตใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนตำแหน่งงานและ Work Permit
พนักงานต่างชาติเลื่อนตำแหน่ง ต้องขอ Work Permit ใหม่ทุกครั้งไหม?
ไม่ใช่ทุกกรณี ต้องตรวจว่ามีการเปลี่ยนประเภทหรือลักษณะงานและรายการที่ได้รับอนุญาตจริงหรือไม่ ตลอดจนสถานะใบอนุญาตและเงื่อนไขเฉพาะ หากข้อมูลที่ต้องบันทึกเปลี่ยน อาจต้องยื่นคำขอเปลี่ยนรายการหรือดำเนินการตามช่องทางอื่นที่กรมการจัดหางานกำหนด
ถ้าเปลี่ยนแค่ชื่อ Job Title แต่ทำงานเหมือนเดิม ต้องแจ้งกรมการจัดหางานไหม?
ควรตรวจรายการบนใบอนุญาตและข้อกำหนดของฐานสิทธิทำงานก่อน ไม่ควรสรุปว่าการเปลี่ยนชื่อทุกแบบต้องยื่นใหม่ หรือไม่ต้องแจ้งทุกกรณี หากข้อมูลใบอนุญาตไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ให้ตรวจวิธีเปลี่ยนรายการกับสำนักงานจัดหางานที่เกี่ยวข้อง
แบบ บต.44 ใช้เปลี่ยนตำแหน่งงานได้หรือไม่?
บต.44 เป็นแบบคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานของกรมการจัดหางาน แต่ต้องตรวจว่ารายการที่เปลี่ยนและฐานสิทธิของพนักงานเข้ากับแบบนี้หรือไม่ ส่วนการเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานบางกลุ่มอาจเกี่ยวข้องกับ บต.45 หรือขั้นตอนเฉพาะ
บต.45 แตกต่างจาก บต.44 อย่างไร?
บต.45 ใช้กับคำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ไม่ใช่แบบสำหรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งสำนักงานทั่วไปทุกกรณี
เปลี่ยนตำแหน่งในบริษัทเดิมกับเปลี่ยนนายจ้าง ต่างกันไหม?
ต่างกัน การเปลี่ยนตำแหน่งในบริษัทเดิมเน้นตรวจหน้าที่และรายการอนุญาต ส่วนการเปลี่ยนไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นต้องตรวจกระบวนการเกี่ยวกับนายจ้างใหม่และสิทธิการพำนักที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับสิทธิ BOI เปลี่ยนตำแหน่ง ต้องใช้ขั้นตอนเดียวกันหรือไม่?
ไม่ควรสรุปว่าเหมือนกัน ต้องตรวจการอนุมัติตำแหน่งและเงื่อนไขของ BOI ควบคู่กับเอกสารใบอนุญาตทำงาน เพราะมีระบบและฐานสิทธิที่อาจต่างจากกรณีทั่วไป
ยื่นคำขอเปลี่ยนรายการแล้ว เริ่มทำงานใหม่ได้ทันทีไหม?
การยื่นคำขอไม่ใช่หลักฐานการอนุญาตเสมอไป หากงานใหม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องได้รับการอนุญาตเพิ่ม ต้องตรวจผลพิจารณาหรือเงื่อนไขที่มีผลจริงก่อนให้เริ่มงาน
เปลี่ยนตำแหน่งแล้ว Non-B Visa ต้องแก้ด้วยไหม?
ต้องตรวจว่าเอกสารและเหตุแห่งการได้รับอนุญาตให้อยู่ที่ใช้อยู่มีส่วนใดเปลี่ยนหรือไม่ แต่ไม่ควรสรุปว่าการแก้ไข Work Permit ทำให้วีซ่าหรือวันอนุญาตให้อยู่เปลี่ยนเองโดยอัตโนมัติ
BTOOLS IMMIGRATION
บริษัทกำลังปรับตำแหน่งพนักงานต่างชาติ และไม่แน่ใจว่าต้องแก้ Work Permit หรือไม่?
หากต้องการตรวจรายการที่เปลี่ยนและเตรียมข้อมูลสำหรับประสานงานเรื่องใบอนุญาตทำงาน สามารถติดต่อ BTools Immigration เพื่อสอบถามขอบเขตบริการและแนวทางเตรียมเอกสารตามกรณีได้
แหล่งข้อมูลทางการ
- กรมการจัดหางาน — ระบบ e-WorkPermit (เมนูเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน และรายการแบบ บต.22, บต.44, บต.45)
- กรมการจัดหางาน — แบบ บต.44 คำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน (WP.44)
- กรมการจัดหางาน — แบบ บต.45 คำขอเปลี่ยน/เพิ่มประเภทงานตามบัญชีสองและบัญชีสาม (WP.45)
- สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี — เอกสารคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบอนุญาตทำงานและหลักฐานประกอบ (แนวทางหน่วยงานเผยแพร่ก่อนระบบใหม่; ใช้ประกอบการเตรียมข้อมูล)
- กระทรวงแรงงาน — หน้าที่ของนายจ้างและคนต่างด้าวเกี่ยวกับสิทธิทำงาน
- กรมการจัดหางาน — ข่าวเปิดระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2568
- กรมการจัดหางาน — คลังประกาศและกฎหมายเกี่ยวกับงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 ข้อกำหนดของคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานอาจแตกต่างกันตามประเภทคนต่างด้าว ประเภทงาน สิทธิพิเศษ และแนวทางของหน่วยงานในวันที่ดำเนินการ บทความนี้ไม่ใช่คำรับรองผลอนุญาตหรือข้อวินิจฉัยเฉพาะกรณี ควรตรวจข้อมูลล่าสุดกับกรมการจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นคำขอ
