VISA EXTENSION & HR GUIDE

ต่อวีซ่า Non-B ต้องทำอย่างไร? เอกสารและขั้นตอนสำหรับ HR

พนักงานต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยและใกล้ครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ ควรเตรียมการขออยู่ต่อตั้งแต่เนิ่น ๆ บทความนี้สรุปสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องตรวจ เอกสารจากพนักงานและบริษัท ขั้นตอนยื่น ตม.7 และเรื่องที่ต้องติดตามหลังยื่นคำขอ

ตรวจสอบข้อมูลราชการ: 3 พฤศจิกายน 2569 คู่มือสำหรับนายจ้างและฝ่าย HR

สรุปสั้น ๆ

การต่อวีซ่า Non-B สำหรับผู้ทำงานในไทย โดยทั่วไปหมายถึงการยื่น ขอขยายระยะเวลาพำนัก (Extension of Stay) ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่การออกวีซ่า Non-B เล่มใหม่จากสถานทูต สำหรับกรณีทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตามหลักเกณฑ์ 2.1 เหตุจำเป็นทางธุรกิจ ใช้แบบคำขอ ตม.7 (TM.7) ประกอบหนังสือเดินทาง หลักฐานการทำงาน และเอกสารบริษัท ค่าธรรมเนียมราชการตามคู่มือคือ 1,900 บาท

ควรตรวจ วันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่จริง ในหนังสือเดินทางก่อนกำหนดวันยื่น และตรวจรายการเอกสารกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบสถานประกอบการ เพราะข้อกำหนดย่อยอาจต่างกันตามกรณี

ที่มา: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — คู่มือข้อ 2.1 และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ — เอกสารขออยู่ต่อแบบธุรกิจ

ต่อวีซ่า Non-B คืออะไร และต่างจากการขอวีซ่าครั้งแรกอย่างไร?

หากพนักงานมีใบอนุญาตทำงานที่ต้องต่ออายุด้วย ให้ตรวจแยกจากคำขออยู่ต่อ และอ่าน คู่มือต่ออายุ Work Permit สำหรับฝ่าย HR เพื่อวางแผนสองกระบวนการให้สอดคล้องกัน

หากชาวต่างชาติอยู่ในไทยแต่ยังไม่ได้ถือ Non-B และต้องการตรวจช่องทางเปลี่ยนสถานะ สามารถอ่าน การเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-B ในประเทศไทย ซึ่งต่างจากการยื่นขออยู่ต่อหลังมีสถานะที่เข้าเกณฑ์แล้ว

คำว่า “ต่อวีซ่า Non-B” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป แต่ในทางราชการขั้นตอนที่ผู้ทำงานอยู่ในไทยต้องดำเนินการมักเป็น การขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาตามเหตุผลการพำนักและหลักฐานประกอบ เช่น การทำงานกับบริษัทในประเทศไทย

ส่วน Non-B Visa ที่ขอเพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในช่วงแรกเกี่ยวข้องกับกระบวนการยื่นวีซ่า และ Work Permit เป็นเรื่องการอนุญาตให้ทำงาน การขออยู่ต่อและการต่ออายุ Work Permit จึงมีหน่วยงานและเอกสารต่างกัน แม้ฝ่าย HR ต้องวางแผนร่วมกัน

วันหมดอายุวีซ่า ไม่เท่ากับวันอนุญาตให้อยู่

เวลาวางแผนยื่นต่อ ให้ดูตราประทับหรือหลักฐานล่าสุดที่ระบุ วันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึง (Permission to Stay / Admitted Until) ไม่ใช่ดูวัน Visa Valid Until บนสติกเกอร์หรือเอกสารวีซ่าเพียงอย่างเดียว เพราะสองวันอาจมีความหมายไม่เหมือนกัน

ใครสามารถขออยู่ต่อกรณีทำงานกับบริษัท และ HR ต้องตรวจเงื่อนไขอะไร?

คู่มือข้อ 2.1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้กับกรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องอยู่ปฏิบัติงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนในประเทศไทย การพิจารณาไม่ได้ดูแค่มีวีซ่า Non-B แต่ต้องดูความพร้อมของนายจ้างและการทำงานตามเกณฑ์ด้วย

ข้อมูลหลักที่ควรตรวจล่วงหน้า

  • สถานะคนต่างชาติ: มีสถานะการเข้าเมืองที่เข้าเกณฑ์ วันอนุญาตให้อยู่ยังไม่สิ้นสุด และหลักฐานการอนุญาตทำงานตามกรณี
  • ข้อมูลการจ้าง: ตำแหน่ง ลักษณะงาน เงินเดือน สัญญาจ้าง และหนังสือรับรองการทำงานต้องสอดคล้องกัน
  • หลักเกณฑ์กิจการ: ในกรณีธุรกิจทั่วไป มีเกณฑ์เกี่ยวกับทุนชำระแล้ว ฐานะและการดำเนินธุรกิจจริง รวมถึงสัดส่วนพนักงานไทยต่อคนต่างชาติ และเงินได้ขั้นต่ำตามกลุ่มสัญชาติ โดยมีข้อยกเว้นหรือแนวทางเฉพาะบางกิจการ
  • ประวัติเอกสาร: รายการภาษี การส่งเงินสมทบประกันสังคม และหลักฐานสถานที่ทำงานต้องเชื่อมโยงกับข้อมูลบริษัทและพนักงาน

ตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่สำหรับบริษัททั่วไปคือ ทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท และสัดส่วน พนักงานไทย 4 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตัดสินทุกองค์กรโดยอัตโนมัติ เพราะประเภทกิจการและสิทธิพิเศษบางกลุ่มมีเกณฑ์ต่างกัน ควรตรวจคำสั่งและข้อกำหนดปัจจุบันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับเรื่อง

อ้างอิงหลักเกณฑ์: งานบริการตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ — กรณีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ และ แนวทางตรวจคนเข้าเมืองปทุมธานี (กรณี 2.1)

กรณีใดไม่ควรใช้ Checklist นี้แทนทั้งหมด?

บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินการผ่านช่องทางเฉพาะ ผู้ทำงานในสถานศึกษา หรือผู้ถือสถานะอื่น อาจต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเอกสารคนละชุด บทความนี้จึงมุ่งที่ พนักงานบริษัททั่วไปตามกรณี 2.1 เป็นหลัก

ควรต่อวีซ่า Non-B เมื่อไร และต้องยื่นที่ไหน?

ควรเริ่มจากตรวจ วันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ครั้งล่าสุด แล้วติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ เพื่อยืนยันช่วงเวลาที่รับคำขอและวิธีนัดหมาย คู่มือส่วนกลางสำหรับกรณีธุรกิจระบุให้ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตั้งอยู่

ตัวอย่างเช่น แนวทางของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี ระบุช่วงยื่นตั้งแต่ 45 วันก่อนครบกำหนดจนถึงวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ แต่ไม่ควรนำระยะดังกล่าวไปสรุปว่าใช้เหมือนกันทุกสำนักงาน ให้ตรวจพื้นที่รับผิดชอบก่อนนัดพนักงาน

OFFICIAL PROCESS

ช่วงเวลายื่นตามหน่วยงาน

เป็นเกณฑ์การรับคำขอที่ต้องตรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ รวมทั้งสถานะการอนุญาตให้อยู่ปัจจุบันของผู้สมัคร

HR PLANNING TIP

เริ่มรวบรวมเอกสารก่อนล่วงหน้า

HR ควรจัดตารางขอเอกสารจากฝ่ายบัญชีและผู้มีอำนาจลงนามก่อนถึงช่วงยื่นจริง โดยเผื่อเวลาแก้ไขข้อมูลภาษี เอกสารบริษัท และคิวเจ้าหน้าที่

การเตรียมงานล่วงหน้าข้างต้นเป็นคำแนะนำสำหรับ HR ไม่ใช่กำหนดเวลาตามกฎหมาย ส่วนระยะเวลารอผลหรือวันนัดติดตามให้ยึดเอกสารรับคำขอที่เจ้าหน้าที่ออกให้ ไม่ควรถือว่าการยื่นแล้วหมายถึงได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อครบหนึ่งปีโดยอัตโนมัติ

ต่อวีซ่า Non-B ใช้เอกสารอะไรบ้าง? แยกตามผู้รับผิดชอบ

รายการต่อไปนี้สรุปจากคู่มือราชการกรณี 2.1 และแนวทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ โดยจัดกลุ่มใหม่เพื่อให้ HR มอบหมายงานได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่รายการตายตัวสำหรับทุกประเภทคำขอ และบางสำนักงานอาจขอเอกสารเพิ่ม

เอกสาร / กลุ่มข้อมูล ผู้เตรียมหลัก ใช้ตรวจอะไร
แบบคำขอ ตม.7 และรูปถ่าย พนักงานต่างชาติ / HR ช่วยประสาน ข้อมูลผู้ยื่น เหตุผลการขออยู่ต่อ และรูปประกอบคำขอ
หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าที่เกี่ยวข้อง พนักงานต่างชาติ ข้อมูลบุคคล การเดินทางเข้าล่าสุด วีซ่า และวันอนุญาตให้อยู่ปัจจุบัน; หนังสือเดินทางเล่มเก่าเมื่อเกี่ยวข้อง
ใบอนุญาตทำงานและข้อมูลการจ้าง พนักงานต่างชาติ / HR ตรวจนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานะการอนุญาตทำงาน
หลักฐานที่พัก ตม.30 และใบแจ้ง 90 วัน (ตามที่สำนักงานกำหนด) พนักงานต่างชาติ / HR / ผู้ดูแลที่พัก ตรวจประวัติการแจ้งที่พักและการรายงานตัว; ไม่ใช่เอกสารที่ต้องตีความว่าทุกคนมีเหมือนกัน
หนังสือรับรองการทำงานตามแบบ สตม.1 และเอกสารรับทราบเงื่อนไข HR / ผู้มีอำนาจบริษัท / ผู้สมัคร ยืนยันตำแหน่ง เงินเดือน เหตุจำเป็นในการจ้าง และการรับทราบเงื่อนไข; บางพื้นที่ระบุ สตม.2, สตม.9, สตม.11 เพิ่ม
หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท / ฝ่ายธุรการ ยืนยันสถานะกิจการ กรรมการผู้มีอำนาจ และข้อมูลทุน
งบการเงินและแบบภาษีนิติบุคคล ฝ่ายบัญชี ตรวจการดำเนินกิจการจริงและฐานะของบริษัท เช่น งบการเงิน ภ.ง.ด.50 และหลักฐานนำส่งงบ ตามที่กำหนด
ภ.ง.ด.1 และภาษีเงินได้พนักงานต่างชาติ ฝ่ายบัญชี / Payroll ตรวจชื่อพนักงาน เงินเดือน และภาษีที่ยื่น; บางพื้นที่ขอ ภ.ง.ด.1 ย้อนหลัง 3 เดือน และ ภ.ง.ด.90/91 ปีล่าสุดเมื่อมี
แบบส่งเงินสมทบประกันสังคม และหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ ฝ่ายบัญชี / HR ตรวจจำนวนบุคลากรและข้อมูลการจ้างตามหลักเกณฑ์; แนบเอกสาร VAT หรือใบอนุญาตประกอบกิจการเมื่อเกี่ยวข้อง
แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการ HR / ฝ่ายธุรการ ยืนยันที่ตั้งและการทำงานจริงของบริษัท รวมถึงภาพภายนอกและภายในขณะดำเนินกิจการ

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเพื่อแบ่งงานภายในองค์กร ไม่ใช่แบบฟอร์มราชการโดยตรง ตรวจจำนวนชุดเอกสาร อายุหนังสือรับรอง วิธีรับรองสำเนา และแบบฟอร์มเพิ่มเติมกับด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบก่อนยื่น

จุดที่ HR ควรตรวจร่วมกับฝ่ายบัญชีก่อนส่งเอกสาร

ชื่อบริษัทและที่อยู่ในหนังสือรับรองต้องตรงกับแบบภาษีและหลักฐานที่ทำงาน รายชื่อและเงินเดือนของผู้สมัครควรสอดคล้องกับหนังสือรับรองการทำงาน ใบอนุญาตทำงาน และรายการภาษี ส่วนภาพสถานประกอบการต้องสะท้อนการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงภาพสถานที่ว่าง ๆ

ขั้นตอนต่อวีซ่า Non-B สำหรับฝ่าย HR

  1. ตรวจสถานะและวันอนุญาตให้อยู่ของพนักงานบันทึกเลขหนังสือเดินทาง สถานะล่าสุด วันอนุญาตให้อยู่ และวันหมดอายุ Work Permit แยกกัน อย่าใช้วันหมดอายุวีซ่าแทนวันอนุญาตให้อยู่
  2. ยืนยันประเภทคำขอและสำนักงานที่รับผิดชอบตรวจว่าเข้าหลักเกณฑ์ 2.1 กรณีธุรกิจทั่วไปหรือมีสิทธิพิเศษอื่น และสอบถามช่วงเวลายื่นกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่บริษัท
  3. แบ่งงานรวบรวมเอกสารพนักงานเตรียมหนังสือเดินทางและเอกสารส่วนตัว HR จัดข้อมูลการจ้าง ฝ่ายบัญชีจัดงบและแบบภาษี ผู้มีอำนาจบริษัทตรวจและลงนามรับรอง
  4. ตรวจข้อมูลข้ามเอกสารเทียบชื่อสะกด เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง ชื่อบริษัท ที่อยู่ จำนวนพนักงานและข้อมูลภาษี โดยเฉพาะกรณีเปลี่ยนพาสปอร์ต ตำแหน่ง หรือสถานที่ทำงาน
  5. ยื่นคำขอ ตม.7 และเก็บหลักฐานรับเรื่องพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามช่องทางที่หน่วยงานกำหนด ชำระค่าธรรมเนียมและเก็บใบนัดหรือเอกสารติดตามผลตามที่เจ้าหน้าที่ออกให้
  6. ติดตามผลและอัปเดตระบบ HRตรวจวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใหม่หลังทราบผล แยกบันทึกจาก Work Permit รวมถึงติดตามเงื่อนไขรายงานตัว การเดินทางต่างประเทศ และ Re-entry Permit เมื่อเกี่ยวข้อง

ลำดับนี้เป็น Workflow สำหรับ HR ไม่ใช่การรับรองระยะเวลาหรือผลอนุมัติของหน่วยงานรัฐ

Checklist ก่อนยื่น และข้อผิดพลาดที่ควรป้องกัน

HR CHECKLIST

รายการตรวจความพร้อม

  • ตรวจวันอนุญาตให้อยู่และวันยื่นกับหน่วยงานแล้ว
  • ยืนยันประเภทคำขอและสำนักงานที่รับเรื่อง
  • ตรวจสถานะ Work Permit และข้อมูลสัญญาจ้าง
  • เอกสารบริษัท ภาษี และเงินเดือนสอดคล้องกัน
  • ผู้มีอำนาจลงนามและรับรองสำเนาครบ
  • บันทึกเลขรับเรื่องและวันนัดติดตามผลแล้ว

AFTER APPROVAL

รายการติดตามหลังดำเนินการ

  • บันทึกวันอนุญาตให้อยู่ล่าสุดที่ได้รับจริง
  • ตรวจว่าวันหมดอายุ Work Permit ต้องดำเนินการแยกหรือไม่
  • ติดตามการแจ้งที่พักและแจ้ง 90 วันตามกรณี
  • ตรวจ Re-entry Permit ก่อนพนักงานออกนอกประเทศ
  • แจ้งพนักงานและผู้เกี่ยวข้องถึงกำหนดครั้งต่อไป

“ยื่นคำขอแล้ว เท่ากับได้อยู่ต่อหนึ่งปีแน่นอน”

ยังไม่ใช่ ต้องติดตามผลตามใบนัดหรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และตรวจวันอนุญาตให้อยู่ที่ได้รับจริงหลังดำเนินการ

“ต่อ Work Permit แล้ว ไม่ต้องต่อวีซ่า Non-B”

ใบอนุญาตทำงานกับสิทธิพำนักเป็นคนละเรื่อง HR ต้องตรวจสถานะทั้งสองส่วน ไม่ใช้วันหมดอายุแทนกัน

“เอกสารใช้ชุดเดียวกันทุกจังหวัดและทุกบริษัท”

คู่มือราชการมีข้อกำหนดตามประเภทกิจการและสำนักงานที่รับเรื่อง เช่น เอกสารรายงานตัว หลักฐานภาษี และการรับรองสำเนา จึงต้องเช็กรายการปัจจุบันก่อนยื่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อวีซ่า Non-B

ต่อวีซ่า Non-B ต้องใช้แบบฟอร์มอะไร?

กรณีขออยู่ต่อเพื่อทำงานกับบริษัทตามหลักเกณฑ์ 2.1 ใช้แบบคำขอ ตม.7 (TM.7) และเอกสารประกอบตามรายการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ

ค่าธรรมเนียมขออยู่ต่อ Non-B เท่าไร?

คู่มือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการขออยู่ต่อกรณีธุรกิจระบุค่าธรรมเนียมราชการ 1,900 บาท ไม่รวมค่าบริการภายนอกหรือค่าใช้จ่ายเอกสารอื่น หากมี

ต้องยื่นล่วงหน้ากี่วันก่อนหมดอายุ?

ให้ดูวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่จริง และยืนยันช่วงรับคำขอกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ ตัวอย่างคู่มือปทุมธานีระบุช่วงยื่นล่วงหน้า 45 วัน แต่ไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปสำหรับทุกสำนักงาน

ไม่มีใบอนุญาตทำงาน สามารถต่ออยู่ด้วยเหตุทำงานได้ไหม?

กรณีทั่วไปต้องมีหลักฐานการอนุญาตทำงานประกอบคำขอ แต่มีกรณีได้รับยกเว้นหรือใช้หลักฐานตามสถานะเฉพาะ ต้องตรวจหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าการมี Non-B เพียงอย่างเดียวเพียงพอ

บริษัทต้องมีพนักงานไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คนทุกกรณีหรือไม่?

สัดส่วน 4 ต่อ 1 เป็นเกณฑ์ที่ใช้กับการขออยู่ต่อกรณีธุรกิจทั่วไปตามแนวทางราชการ แต่บางประเภทกิจการหรือสิทธิพิเศษอาจมีข้อกำหนดต่างกัน จึงต้องตรวจประเภทคำขอจริงก่อนนำเกณฑ์ไปใช้

ต้องใช้เอกสารแจ้ง 90 วันและ ตม.30 ด้วยหรือไม่?

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบางพื้นที่ระบุหลักฐานแจ้งที่พัก ตม.30 และใบรับแจ้ง 90 วันล่าสุดในรายการประกอบคำขอ ให้ตรวจตามสถานะและข้อกำหนดของพื้นที่ โดยการแจ้งทั้งสองเรื่องไม่ใช่การต่อวีซ่า

ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้ว ออกนอกประเทศไทยได้เลยหรือไม่?

ก่อนเดินทางต้องตรวจว่าเข้าข่ายต้องขอ Re-entry Permit เพื่อรักษาสิทธิพำนักเดิมหรือไม่ การอนุญาตให้อยู่ต่อไม่ได้หมายความว่าสามารถออกและกลับเข้ามาได้โดยไม่มีเงื่อนไข

ถ้าบริษัทได้รับการส่งเสริม BOI ต้องยื่นแบบเดียวกันหรือไม่?

ไม่ควรใช้รายการกรณีบริษัททั่วไปทั้งหมดกับผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI โดยอัตโนมัติ เพราะมีสิทธิและกระบวนการเฉพาะ ให้ตรวจช่องทางและเอกสารตามประเภทการส่งเสริมลงทุน

BTOOLS IMMIGRATION

วางแผนขออยู่ต่อ Non-B ให้ทันกำหนด

แจ้งประเภทการจ้างงาน สถานะปัจจุบัน และวันอนุญาตให้อยู่ของพนักงาน เพื่อเริ่มประเมินรายการเอกสารและบริการที่เหมาะกับองค์กร

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้ตรวจสอบ

ตรวจข้อมูลวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เนื้อหานี้สรุปหลักเกณฑ์สำหรับการวางแผนด้าน HR รายการจริงอาจแตกต่างตามประเภทกิจการ สถานะผู้สมัคร และสำนักงานที่รับคำขอ ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนยื่น

บทความอื่นๆ