THAILAND SMART VISA — UPDATED BOI ELIGIBILITY GUIDE

SMART Visa Thailand เหมาะกับใคร? เกณฑ์ Startup และขั้นตอนสมัครกับ BOI

คู่มือสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการ: เจาะลึกระเบียบ SMART Visa ล่าสุดตามประกาศ BOI ที่ ป.5/2568 ที่ปรับโครงสร้างเหลือเฉพาะกลุ่ม Startup (SMART S) และผู้ติดตาม (SMART O) พร้อมสรุปเกณฑ์คุณสมบัติ เงินฝาก และขั้นตอนขอรับรอง

สรุปข้อกำหนดสำคัญ (Executive Summary)

SMART Visa สำหรับคำขอใหม่ตามประกาศ BOI ที่ ป.5/2568 ปรับโครงสร้างโดยเปิดรับเฉพาะ SMART S (Startup) สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น และ SMART O สำหรับคู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยยกเลิกการเปิดรับคำขอใหม่ในกลุ่ม SMART T (Talent), I (Investor) และ E (Executive) เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับ LTR Visa

  • เกณฑ์คุณสมบัติ SMART S: ต้องจัดตั้งบริษัท Startup ในไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ (เช่น NIA หรือ depa) โดยผู้สมัครต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% หรือดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท
  • เกณฑ์เงินฝากและผู้ติดตาม: ต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 600,000 บาท ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน (หากมีคู่สมรสหรือบุตรติดตาม ต้องแสดงเงินฝากเพิ่มอีกคนละ 180,000 บาท) พร้อมมีประกันสุขภาพคุ้มครองตลอดระยะเวลาพำนัก
  • ขั้นตอนและสิทธิประโยชน์: ต้องยื่นขอรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) ผ่านระบบของ BOI (ใช้เวลาพิจารณา 30 วันทำการ) เมื่อได้รับหนังสือรับรองแล้วจึงยื่นขอออก SMART Visa ภายใน 60 วัน โดยได้รับยกเว้นใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และรายงานตัว ตม. เป็นรายปี

ข้อมูลอ้างอิงหลัก: ประกาศ BOI ป.5/2568 (ภาษาไทย) และ ประกาศ BOI ป.6/2568 (ขั้นตอนรับรอง)

SMART Visa เปลี่ยนเกณฑ์อย่างไร? ผู้สมัครใหม่ต้องตรวจอะไร?

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ ป.5/2568 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ระบุว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 ให้ปรับปรุงมาตรการ SMART Visa โดย คงไว้เฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) และยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์เดิม (ป.12/2561) สำหรับคำขอใหม่ทั้งหมด

ดังนั้น ข้อมูลเดิมที่เคยปรากฏในบทความและเว็บไซต์ทั่วไปว่ามี 5 รหัส (T, I, E, S, O) ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ยื่นคำขอใหม่ได้อีกต่อไป โดยระบบของศูนย์ SMART Visa Unit ในปัจจุบันเปิดรับเฉพาะ SMART S (อายุวีซ่าสูงสุด 2 ปี) และ SMART O (ผู้ติดตาม) เท่านั้น

ถ้าเห็นเว็บไซต์ราชการที่ยังมี T/I/E ครบ 5 ประเภท ควรเชื่อหน้าไหน?

ให้ยึด ประกาศที่มีผลบังคับใช้ตามวันที่ยื่นคำขอจริง เป็นหลัก หน้าเว็บไซต์หรือคู่มือเดิมที่ระบุประเภท T, I, E จัดทำขึ้นก่อนการปรับปรุงมาตรการปี 2568 สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า SMART T, I, E เดิมอยู่แล้วและต้องการขอต่ออายุหรือเปลี่ยนประเภท ให้ติดต่อขอคำปรึกษาเฉพาะกรณีกับเจ้าหน้าที่ BOI โดยตรง

SMART S, SMART O และประเภท T/I/E ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างของ SMART Visa แต่ละรหัส ขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ยื่นและกรอบกฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบัน:

ประเภทวีซ่า บทบาทและกลุ่มเป้าหมาย สถานะสำหรับคำขอใหม่ (ปี 2568–2569)
SMART S — Startup ผู้ประกอบการที่จัดตั้ง Startup ในไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐ เปิดรับคำขอใหม่ (ประเภทหลักตามประกาศ ป.5/2568)
SMART O — Dependents คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ถือ SMART S ที่ผ่านเกณฑ์ เปิดรับคำขอใหม่ (ยื่นตามสิทธิของผู้สมัครหลัก)
SMART T — Talent ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกเลิกคำขอใหม่ (แนะนำให้ยื่นผ่าน LTR Visa หรือ BOI Expert แทน)
SMART I — Investor นักลงทุนรายบุคคลในธุรกิจฐานเทคโนโลยี ยกเลิกคำขอใหม่ (แนะนำให้ยื่นผ่าน LTR Visa กลุ่ม Wealthy Global Citizen / Investor แทน)
SMART E — Executive ผู้บริหารระดับสูงในบริษัทฐานเทคโนโลยี ยกเลิกคำขอใหม่ (แนะนำให้ยื่นผ่าน LTR Visa หรือ Non-B ปกติแทน)

ผู้มีคุณสมบัติระดับสูงแต่ไม่ได้จัดตั้ง Startup ในไทย ไม่ควรเลือก SMART Visa เพียงเพราะชื่อเสียงเดิม ให้ศึกษาทางเลือก LTR Visa และเกณฑ์รายกลุ่มของ BOI เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับสถานะจริง

คุณสมบัติ SMART S: ต้องเป็น Startup แบบใดและใช้เงินเท่าไร?

ตามประกาศ ป.5/2568 ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะยื่นขอ SMART S (อายุวีซ่าสูงสุด 2 ปี) ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน 5 ประการสำคัญ:

1. ต้องมี Startup ในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง

บริษัทต้องจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในประเทศไทย และได้รับการรับรองว่าเป็น วิสาหกิจเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Targeted Industries) โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หรือผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะ (Incubation / Accelerator Program) การจดทะเบียนบริษัททั่วไปที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะไม่ผ่านเกณฑ์

2. ผู้สมัครต้องถือหุ้น 25% หรือเป็นกรรมการบริษัท

ผู้สมัครหลักต้อง ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน หรือดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท ของ Startup ที่ได้รับการรับรอง โดยชื่อของผู้สมัครในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หรือหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ ต้องตรงกับหนังสือเดินทาง

3. ต้องมีเงินฝากอย่างน้อย 600,000 บาทต่อเนื่อง 3 เดือน

ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานเงินฝากในบัญชีธนาคารส่วนบุคคลไม่น้อยกว่า 600,000 บาท หรือเทียบเท่า และต้องมีประวัติการถือครองเงินฝากยอดดังกล่าวต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ โดยสามารถเป็นบัญชีธนาคารในประเทศไทย หรือบัญชีในประเทศที่ผู้สมัครมีสัญชาติหรือมีถิ่นที่อยู่ถาวร (ทั้งนี้ ทุนจดทะเบียนบริษัทหรือทรัพย์สินของนิติบุคคลไม่สามารถนำมาใช้แทนเงินฝากส่วนบุคคลได้)

4. หากพาครอบครัวมา ต้องแสดงเงินเพิ่มต่อผู้ติดตาม

กรณีที่ต้องการขอรับสิทธิให้คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (SMART O) ผู้สมัครหลักต้องแสดงหลักฐานเงินฝากเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 180,000 บาท หรือเทียบเท่า ต่อผู้ติดตาม 1 คน โดยต้องถือครองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือนเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างการคำนวณหลักฐานเงินฝาก

หากผู้ประกอบการ SMART S ยื่นขอพร้อมคู่สมรส 1 คน และบุตร 1 คน ยอดเงินฝากขั้นต่ำในบัญชีส่วนตัวที่ต้องแสดงคือ 600,000 + (180,000 × 2) = 960,000 บาท ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ยอดเงินนี้คือหลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้ BOI)

5. ต้องมีประกันสุขภาพตลอดช่วงพำนักและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ผู้สมัครและผู้ติดตามทุกคนต้องมี กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย และต้องไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง

SMART O สำหรับคู่สมรสและบุตรของผู้ถือ SMART S ต้องรู้อะไร?

SMART O เป็นวีซ่าสำหรับผู้ติดตามของผู้ประกอบการ SMART S ตามประกาศ ป.5/2568 โดยมีสาระสำคัญที่ฝ่ายบุคคลและครอบครัวต้องทราบ:

  • ขอบเขตผู้ติดตาม: จำกัดเฉพาะ คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ของผู้ถือ SMART S เท่านั้น (ไม่ครอบคลุมบิดามารดาหรือญาติอื่นๆ)
  • หลักฐานความสัมพันธ์: ต้องใช้ทะเบียนสมรสและสูติบัตรฉบับจริง พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองนิติกรณ์ตามระเบียบสากล
  • สิทธิการทำงานของคู่สมรส: ประกาศระบุให้คู่สมรสของผู้ถือ SMART S มีสิทธิทำงานในประเทศไทยได้โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ภายใต้ขอบเขตงานที่ไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว แต่มิได้ครอบคลุมให้บุตรทำงานได้โดยอัตโนมัติ
  • ระยะเวลาพำนัก: ได้รับระยะเวลาอนุญาตพำนักเท่ากับระยะเวลาที่ผู้ถือ SMART S หลักได้รับอนุมัติ

ศึกษาความแตกต่างของวีซ่าผู้ติดตามประเภทอื่นได้ที่ Dependent Visa (Non-O) สำหรับครอบครัวพนักงานต่างชาติ และ BOI Dependent ของผู้เชี่ยวชาญตาม Single Window เนื่องจากเกณฑ์การเงินและหน่วยงานผู้พิจารณาไม่เหมือนกัน

เอกสาร SMART S / SMART O ที่ควรเตรียมก่อนส่งให้ BOI

การจัดเตรียมแฟ้มเอกสารต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนตามหมวดหมู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ SMART Visa Unit ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว:

เอกสารของผู้สมัคร SMART S

  • หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคลและตราประทับตรวจลงตราเข้าไทยล่าสุด (กรณีอยู่ในไทย)
  • ประวัติส่วนตัว (Resume / CV) ระบุบทบาทและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีหรือการบริหารธุรกิจ
  • เอกสารนิติบุคคลของ Startup ในไทย: หนังสือรับรองบริษัท วัตถุประสงค์ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับปรับปรุงล่าสุด
  • หนังสือรับรองความเป็นวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup Endorsement): จากหน่วยงานรัฐ เช่น NIA หรือ depa พร้อมรายละเอียดเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจ
  • หลักฐานเงินฝากธนาคาร 600,000 บาท: หนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Guarantee) และ Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือนเต็ม
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุ้มครองตลอดระยะเวลาพำนักในประเทศไทย

เอกสารของผู้ติดตาม SMART O

  • หนังสือเดินทางของผู้ติดตามแต่ละคน (อายุคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
  • ทะเบียนสมรส (สำหรับคู่สมรส) และสูติบัตร (สำหรับบุตร) พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษและตรารับรองนิติกรณ์
  • หลักฐานเงินฝากเพิ่มเติม 180,000 บาทต่อคน (Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน)
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพของผู้ติดตามแต่ละคน

รายการที่มักเข้าใจผิด

ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเพียงวันเดียวไม่สามารถใช้ได้ ต้องแสดงรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนเต็มเพื่อพิสูจน์การถือครองต่อเนื่อง และการจดทะเบียนบริษัทมีทุนชำระแล้วไม่ใช่สิ่งยืนยันว่าธุรกิจนั้นได้รับการรับรองเป็น Startup ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ตรวจสอบแบบฟอร์มคำขอและรายการเอกสารล่าสุดได้ที่ ระบบ SMART Visa ของ BOI และ หน้า SMART S สำหรับ Startup

ขั้นตอนสมัคร SMART Visa ผ่าน BOI: รับรองคุณสมบัติและออกวีซ่าคนละช่วง

กระบวนการขอรับ SMART Visa แบ่งออกเป็น 2 ช่วงงานหลักตามประกาศ BOI ที่ ป.6/2568:

ขั้นที่ 1 — ยื่นขอรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement)

ผู้สมัครบันทึกข้อมูลและแนบเอกสารผ่านระบบออนไลน์ที่ SMART Visa BOI หรือยื่นผ่านศูนย์ One Stop Service Center (OSOS) หรือสถานเอกอัครราชทูต/กงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ

ขั้นที่ 2 — การพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติ (30 วันทำการ)

ศูนย์ OSOS จะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานร่วมตรวจรับรอง ได้แก่ หน่วยงานรับรอง Startup (NIA/depa) ตรวจสอบแผนธุรกิจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบประวัติความมั่นคง โดยกระบวนการนี้ใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน

ขั้นที่ 3 — รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ (Endorsement Letter)

เมื่อผ่านการอนุมัติ BOI จะออกหนังสือรับรองคุณสมบัติให้ผู้สมัคร หนังสือรับรองนี้ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ต้องนำไปใช้ยื่นขอออกวีซ่าต่อไป

ขั้นที่ 4 — ยื่นขอออกตราประทับ SMART Visa (ภายใน 60 วัน)

ผู้สมัครต้องนำหนังสือรับรองคุณสมบัติไปยื่นขอออก SMART Visa ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง โดยเลือกยื่นได้ 2 ช่องทาง:

— กรณีอยู่ต่างประเทศ: ยื่นผ่านระบบ Thai e-Visa ณ สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทย

— กรณีพำนักอยู่ในไทย: ติดต่อนัดหมายเพื่อรับตราประทับ ณ ศูนย์ OSOS อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18

ขั้นที่ 5 — ปฏิบัติหน้าที่และการรายงานตัวประจำปี

ผู้ถือ SMART S ได้รับสิทธิรายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยต่อ ตม. เป็นรายปี (ขยายจากรอบ 90 วันปกติ) และต้องส่งรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของ Startup ต่อสำนักงาน BOI ทุกรอบปี

SMART Visa ใช้เวลากี่วัน และมีค่าธรรมเนียมเท่าไร?

การบริหารเวลาและค่าใช้จ่ายของ SMART Visa มีกรอบระเบียบชัดเจน:

ขั้นตอนการทำงาน กรอบเวลาตามระเบียบราชการ
การรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 30 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์
การนำหนังสือรับรองไปขอออกวีซ่า ต้องยื่นขอออก SMART Visa ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ระบุในหนังสือรับรองคุณสมบัติ
การยื่นขอต่ออายุ SMART Visa ต้องยื่นคำขอต่ออายุล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ก่อนที่วีซ่าเดิมจะสิ้นสุดลง
ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราวีซ่า อัตรา 10,000 บาท ต่อปี ของระยะเวลาอนุญาตพำนัก (เช่น ได้รับอนุมัติ 2 ปี ค่าธรรมเนียม 20,000 บาท) ชำระ ณ ศูนย์ OSOS หรือสถานทูต

อย่าสับสนเงินฝาก 600,000 บาทกับค่าธรรมเนียมวีซ่า

เงินฝาก 600,000 บาท คือ หลักฐานแสดงสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ที่ต้องคงอยู่ในบัญชีธนาคาร ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ต้องโอนให้หน่วยงานราชการ ส่วนค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าจริงคือ 10,000 บาทต่อปีตามระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ

ผู้ถือ SMART S ได้สิทธิทำงานอะไรบ้าง และมีข้อจำกัดอะไร?

สิทธิประโยชน์ของ SMART S ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ก่อตั้ง Startup อย่างแท้จริง:

  • ยกเว้นใบอนุญาตทำงาน (Work Permit Exemption): สามารถทำงานในกิจการ Startup ที่ได้รับการรับรองได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นขอ Work Permit ตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว
  • สิทธิพำนักสูงสุด 2 ปี: ได้รับการอนุญาตพำนักครั้งละไม่เกิน 2 ปี และสามารถยื่นขอต่ออายุได้ตามความก้าวหน้าของโครงการ
  • รายงานตัว ตม. ปีละ 1 ครั้ง: ขยายระยะเวลารายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยจากทุก 90 วัน เป็นปีละ 1 ครั้ง
  • เดินทางเข้า-ออกไม่จำกัด (Multiple Re-entry): สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่ต้องทำ Re-entry Permit แยก
  • ช่องทางพิเศษ (Fast Track): สิทธิใช้ช่องทางพิเศษตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติในประเทศไทย

หากบริษัทต้องการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานต่างชาติในตำแหน่งงานทั่วไปที่อยู่นอกโครงการ Startup ต้องยื่นขอ Work Permit ตามกระบวนการปกติ

SMART Visa ต่างจาก LTR Visa และ BOI Expert Visa อย่างไร?

เปรียบเทียบ 3 วีซ่าธุรกิจระดับพรีเมียมของไทย เพื่อให้เลือกเส้นทางได้อย่างถูกต้อง:

ประเภทวีซ่า กลุ่มเป้าหมายหลัก อายุวีซ่าและสิทธิประโยชน์เด่น คู่มือแนะนำ
SMART Visa (SMART S) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Startup ฐานเทคโนโลยีในไทยที่ได้รับการรับรอง สูงสุด 2 ปี, ยกเว้น Work Permit, รายงานตัวรายปี บทความนี้
LTR Visa (Long-Term Resident) ผู้มีฐานะการเงินสูง, ผู้เกษียณ, ผู้ทำงานทางไกล (Nomad), และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สูงสุด 10 ปี, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 17% (กลุ่ม Talent), ยกเว้นอัตราส่วนจ้างงานไทย คุณสมบัติ LTR Visa 4 กลุ่ม
BOI Expert (Non-B BOI) ช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่บริษัทส่งเสริมการลงทุน BOI จ้างงาน ตามสัญญาจ้าง (1–2 ปี), อนุมัติผ่าน Single Window, ได้ Digital Work Permit ขออนุมัติตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ BOI

ศึกษาขั้นตอนของบริษัทส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมที่ คู่มือ BOI Single Window และรายละเอียดบริการที่ บริการ BOI Visa & Work Permit

6 จุดที่ควรตรวจเพื่อไม่ให้วางแผน SMART Visa ผิดตั้งแต่ต้น

1. ใช้ข้อมูลเก่าของ SMART T/I/E ยื่นคำขอใหม่

ประกาศ ป.5/2568 ยกเลิกการเปิดรับสมัครใหม่ของประเภท Talent, Investor และ Executive แล้ว หากไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง Startup ไทย ต้องยื่นผ่าน LTR Visa หรือ BOI ปกติแทน

2. จดทะเบียนบริษัทแล้วแต่ไม่ผ่านการรับรอง Startup

การมีหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่เพียงพอต่อการขอ SMART S บริษัทต้องได้รับการรับรองนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเป้าหมายจากหน่วยงานรัฐ เช่น NIA หรือ depa ด้วย

3. ใช้เงินทุนบริษัทแทนเงินฝากส่วนตัว

เงินฝาก 600,000 บาท ต้องเป็นบัญชีเงินฝากส่วนตัวในชื่อของผู้สมัคร และต้องมีประวัติการฝากต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่สามารถใช้เงินในบัญชีบริษัทมาอ้างอิงได้

4. เข้าใจว่า SMART O ให้บุตรทำงานได้เหมือนคู่สมรส

กฎหมายยกเว้นใบอนุญาตทำงานให้เฉพาะคู่สมรสที่เข้าเกณฑ์เท่านั้น บุตรที่ถือ SMART O ไม่มีสิทธิทำงาน หากประสงค์ทำงานต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย

5. คิดว่าได้หนังสือรับรองคุณสมบัติแล้วเท่ากับได้วีซ่า

หนังสือรับรอง Qualification Endorsement ไม่ใช่วีซ่า ต้องนำหนังสือดังกล่าวไปติดต่อสถานทูตหรือศูนย์ OSOS เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและประทับตรา SMART Visa ภายใน 60 วัน

6. เข้าใจว่ายกเว้น Work Permit แล้วทำงานให้บริษัทอื่นได้

สิทธิยกเว้น Work Permit ผูกติดอยู่กับกิจการ Startup ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น ไม่สามารถนำสิทธินี้ไปรับจ้างงานนอกเหนือจากโครงการที่ระบุไว้ได้

PRE-APPLICATION CHECKLIST

Checklist ก่อนเริ่มสมัคร SMART Visa S

รายการตรวจสอบความพร้อมก่อนบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ SMART Visa Unit ของ BOI:

  • ☐ 1. ตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดตามประกาศ ป.5/2568: ยืนยันว่าการยื่นคำขอใหม่เป็นเส้นทาง SMART S (Startup) หรือ SMART O (ผู้ติดตาม) เท่านั้น
  • ☐ 2. ได้รับหนังสือรับรองวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup Endorsement): กิจการจัดตั้งในไทยและผ่านการรับรองในอุตสาหกรรมเป้าหมายจาก NIA, depa หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
  • ☐ 3. ตรวจสอบสัดส่วนผู้ถือหุ้นและตำแหน่งกรรมการ: ผู้สมัครมีชื่อถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ใน บอจ.5 หรือมีชื่อเป็นกรรมการในหนังสือรับรองบริษัท
  • ☐ 4. ตรวจสอบยอดเงินฝากส่วนบุคคล 600,000 บาท: มีบัญชีเงินฝากในไทยหรือต่างประเทศยอดไม่ต่ำกว่า 600,000 บาท ถือครองต่อเนื่องครบ 3 เดือนเต็ม พร้อม Bank Statement
  • ☐ 5. เตรียมเงินฝากส่วนเพิ่มสำหรับผู้ติดตาม (ถ้ามี): มีเงินฝากเพิ่มอีกคนละ 180,000 บาท สำหรับคู่สมรสและบุตร ถือครองต่อเนื่องครบ 3 เดือน
  • ☐ 6. กรมธรรม์ประกันสุขภาพครอบคลุมตลอดระยะเวลาพำนัก: จัดเตรียมประกันสุขภาพสำหรับผู้สมัครหลักและผู้ติดตามทุกคนตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ☐ 7. เอกสารความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่ผ่านการรับรอง: ทะเบียนสมรสและสูติบัตรฉบับแปลภาษาอังกฤษพร้อมตรารับรองนิติกรณ์ถูกต้อง
  • ☐ 8. วางแผนกรอบเวลาราชการอย่างรัดกุม: วางแผนเวลารับรองคุณสมบัติของ BOI 30 วันทำการ และกำหนดยื่นออกวีซ่าภายใน 60 วันหลังได้รับหนังสือรับรอง
  • ☐ 9. ไม่ยกเลิกวีซ่าเดิมก่อนได้รับคำแนะนำ: หากพำนักอยู่ในไทยด้วยวีซ่าอื่น อย่าเพิ่งยกเลิกวีซ่าเดิมจนกว่าจะผ่านการรับรองและได้รับคำแนะนำการเปลี่ยนสถานะจากเจ้าหน้าที่

หมายเหตุ: รายการตรวจสอบนี้ใช้ประเมินความพร้อมเบื้องต้น การอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการร่วมและการพิจารณาตามกฎหมายคนเข้าเมือง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMART Visa Thailand

SMART Visa ยังสมัครประเภท T, I และ E ได้หรือไม่?

สำหรับคำขอใหม่ตามประกาศ BOI ที่ ป.5/2568 ได้ยกเลิกการเปิดรับสมัครประเภท Talent (T), Investor (I) และ Executive (E) แล้ว โดยเปิดรับเฉพาะประเภท Startup (SMART S) และผู้ติดตาม (SMART O) เท่านั้น ผู้ที่มีคุณสมบัติสูงในกลุ่มอื่นแนะนำให้พิจารณา LTR Visa แทน

SMART S ต้องจดทะเบียนบริษัท Startup ก่อนหรือยื่นจากไอเดียธุรกิจได้?

ตามเกณฑ์ประกาศ ป.5/2568 บริษัทต้องจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในประเทศไทยแล้ว และต้องผ่านการรับรองความเป็นวิสาหกิจเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายจากหน่วยงานรัฐ ไม่สามารถยื่นขอจากไอเดียหรือแผนธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทได้

ต้องถือหุ้น 25% และเป็นกรรมการบริษัททั้งสองอย่างหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมีทั้งสองข้อพร้อมกัน ประกาศกำหนดให้เป็นผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน หรือ มีสถานะเป็นกรรมการบริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง

เงินฝาก SMART S 600,000 บาทใช้บัญชีต่างประเทศได้ไหม?

สามารถใช้ได้ ประกาศระบุให้ใช้บัญชีเงินฝากในประเทศไทย หรือบัญชีในประเทศที่ผู้สมัครมีสัญชาติหรือมีถิ่นที่อยู่ถาวร โดยต้องมียอดเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 600,000 บาท และถือครองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน

ต้องมีเงินเพิ่มหากพาคู่สมรสและบุตรมาด้วยไหม?

จำเป็นต้องมี โดยต้องแสดงหลักฐานเงินฝากเพิ่มเติมอีกคนละไม่น้อยกว่า 180,000 บาท และต้องถือครองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือนเช่นเดียวกับเงินฝากของผู้สมัครหลัก

SMART O สำหรับผู้ติดตามมีสิทธิทำงานหรือไม่?

คู่สมรสที่ถือ SMART O มีสิทธิทำงานในประเทศไทยได้โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ภายใต้งานที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย แต่สิทธินี้ไม่ครอบคลุมถึงบุตร

SMART S ไม่ต้องมี Work Permit ใช่ไหม?

ถูกต้อง ผู้ถือ SMART S ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงานสำหรับการดำเนินกิจการ Startup ที่ได้รับการรับรอง แต่หากประสงค์จะทำงานให้บริษัทอื่นนอกเหนือจากโครงการ ต้องยื่นขออนุญาตตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว

BOI อนุมัติ SMART Visa ใช้เวลานานเท่าไร?

ตามประกาศ ป.6/2568 กระบวนการรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) ใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วันทำการนับจากวันที่เอกสารครบถ้วน และเมื่อได้รับหนังสือรับรองแล้ว ต้องนำไปยื่นขอออกวีซ่าภายใน 60 วัน

SMART S ต่างจาก LTR Visa อย่างไร?

SMART S เน้นกลุ่มผู้ก่อตั้งและกรรมการ Startup ฐานนวัตกรรมในไทย ส่วน LTR Visa ครอบคลุมกลุ่มบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุ ผู้ทำงานจากทางไกล (Remote Workers) และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดย LTR มีอายุวีซ่า 10 ปีและมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

SMART Visa ต้องรายงานตัวทุก 90 วันไหม?

ผู้ถือ SMART Visa ได้รับสิทธิขยายระยะเวลารายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นปีละ 1 ครั้ง แทนการรายงานตัวทุก 90 วันตามระเบียบปกติ และมีหน้าที่ส่งรายงานความก้าวหน้าโครงการต่อ BOI ทุกรอบปี

BTOOLS IMMIGRATION

กำลังประเมิน SMART S หรือวางแผนเอกสาร BOI สำหรับ Startup?

หากคุณกำลังประเมินความพร้อมในการยื่นขอ SMART Visa S, LTR Visa หรือต้องการคำแนะนำในการจัดเตรียมแผนธุรกิจเพื่อขอรับรองความเป็นวิสาหกิจเริ่มต้น ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ BTools Immigration พร้อมให้คำปรึกษาและประสานงานอย่างมืออาชีพ

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ตรวจสอบข้อมูลอ้างอิง: 6 พฤศจิกายน 2569 ข้อมูลระเบียบและคุณสมบัติอ้างอิงตามประกาศ BOI ที่ ป.5/2568 และ ป.6/2568 การรับรองวิสาหกิจเริ่มต้นและการอนุญาตตรวจลงตราเป็นอำนาจของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้สมัครควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดกับ SMART Visa Unit ก่อนยื่นคำขอจริง

บทความอื่นๆ