LONG-TERM RESIDENT VISA • THAILAND

LTR Visa Thailand เหมาะกับใคร? คุณสมบัติ 4 กลุ่มและขั้นตอนสมัครกับ BOI

สรุปเกณฑ์รับรองคุณสมบัติ LTR Visa ล่าสุดปี 2025–2026: คัดกรอง 4 กลุ่มผู้สมัคร สิทธิ์พำนักสูงสุด 10 ปี สิทธิประโยชน์ทางภาษี 17% กฎเกณฑ์ครอบครัวผู้ติดตาม เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนยื่นเรื่องผ่านระบบ BOI

สรุปคำตอบด่วน (Quick Playbook)

LTR Visa (Long-Term Resident Visa) มอบสิทธิ์พำนักในไทยระยะยาวสูงสุด 10 ปี (รอบละ 5 ปี) รายงานตัวปีละครั้ง และไม่ต้องปฏิบัติตามสัดส่วนจ้างงานคนไทย 4:1 โดยต้องผ่านการรับรองคุณสมบัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อนยื่นขอรับตราประทับวีซ่าจริง:

  • ☐ คัดกรอง 4 กลุ่มเป้าหมาย: ผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizen), ผู้เกษียณอายุ (Wealthy Pensioner), ผู้ทำงานทางไกล (Work-from-Thailand Professional) และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (High-Skilled Professional) พร้อมครอบครัวผู้ติดตาม
  • ☐ ยื่นรับรองคุณสมบัติออนไลน์: ส่งคำขอผ่านระบบ LTR ของ BOI โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในชั้นการรับรอง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาพิจารณาเฉลี่ยประมาณ 20 วันทำการเมื่อเอกสารครบถ้วน
  • ☐ ขอรับตราประทับวีซ่าภายใน 60 วัน: ชำระค่าธรรมเนียม 50,000 บาท/คน ที่ศูนย์ TIESC (อาคาร One Bangkok) หรือสถานทูตไทย พร้อมสิทธิ์ขอ Digital Work Permit (เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิ์ตามเกณฑ์)

แหล่งข้อมูลหลัก: BOI — LTR Visa Official Website และ BOI — 2025 Criteria Update

LTR Visa Thailand คืออะไร และผู้ถือวีซ่าได้รับสิทธิอะไร?

LTR Visa (Long-Term Resident Visa) คือมาตรการวีซ่าพิเศษที่รัฐบาลไทยออกมาเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักและลงทุนระยะยาว โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) ขณะที่การตรวจประทับวีซ่าและการอนุญาตทำงานเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน

สิทธิประโยชน์หลักของผู้ถือ LTR Visa ที่ผ่านการอนุมัติ ได้แก่:

  • สิทธิพำนักในประเทศไทยรวมสูงสุด 10 ปี: ได้รับอนุญาตครั้งแรก 5 ปี และต่ออายุได้อีก 5 ปีเมื่อยังคงคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์
  • Multiple Re-entry Permit: สิทธิ์เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยไม่ต้องยื่นขอ Re-entry รายครั้ง
  • รายงานตัวรายปี (1-Year Reporting): ขยายระยะเวลารายงานตัวอยู่ในราชอาณาจักรจากทุก 90 วัน เป็นรายงานตัวปีละ 1 ครั้ง (แบบ ตม.95)
  • Fast Track Service: บริการช่องทางพิเศษตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติในประเทศไทย
  • ยกเว้นอัตราส่วนจ้างงาน 4:1: นายจ้างที่ว่าจ้างผู้ถือ LTR Visa ได้รับการยกเว้นข้อกำหนดการจ้างงานคนไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี 17% (เฉพาะกลุ่ม): สิทธิเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ 17% (Flat Rate) สงวนไว้เฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (Highly-Skilled Professionals) เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมผู้ถือ LTR ทุกกลุ่มโดยอัตโนมัติ

LTR 10 ปี ไม่ได้แปลว่าไม่มีการตรวจเงื่อนไขอีกเลย

BOI กำหนดสิทธิพำนักช่วงแรก 5 ปี และตรวจประเมินคุณสมบัติก่อนขยายต่ออีก 5 ปี ผู้ถือวีซ่าต้องรักษาสถานะตามเกณฑ์ของกลุ่มตนเองอย่างต่อเนื่อง เช่น การถือครองเงินลงทุน การจ้างงาน รายได้ และความคุ้มครองสุขภาพตลอดระยะเวลาที่ถือวีซ่า มิใช่เพียงจัดเตรียมให้ครบถ้วนเฉพาะ ณ วันที่ส่งคำขอครั้งแรก

LTR Visa มี 4 กลุ่มหลัก เลือกอย่างไรให้ตรงกับสถานะ?

การเลือกกลุ่ม LTR Visa ต้องพิจารณาจากแหล่งที่มาของรายได้ เอกสารสิทธิ์ทรัพย์สิน และลักษณะของนายจ้าง ไม่ควรเลือกจากเป้าหมายที่ต้องการเพียงอย่างเดียว ตารางด้านล่างสรุปเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นเพื่อเตรียมหลักฐานให้ตรงตามระเบียบ BOI:

กลุ่ม LTR ผู้สมัครที่เหมาะสม สิ่งที่ต้องพิสูจน์เป็นหลัก
Wealthy Global Citizens ผู้มีความมั่งคั่งสูงและพร้อมลงทุนในประเทศไทย ทรัพย์สินส่วนตัวรวมขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินลงทุนในไทยขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Wealthy Pensioners ผู้เกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีรายได้ Passive Income สม่ำเสมอ อายุถึงเกณฑ์ รายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน (เงินบำนาญ/ดอกเบี้ย/เงินปันผล) และเงินลงทุนในไทย (หากใช้เกณฑ์ทางเลือก)
Work-from-Thailand Professionals ผู้ทำงานทางไกลจากไทยให้บริษัทในต่างประเทศ (Remote Workers) รายได้ส่วนบุคคล สถานะความมั่นคงและผลประกอบการของบริษัทนายจ้างในต่างประเทศ
Highly-Skilled Professionals ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย สถาบันวิจัย หรือมหาวิทยาลัย สัญญาจ้างงานในสาขาเป้าหมาย ประวัติการทำงาน วุฒิการศึกษา และฐานรายได้

ผู้ที่มีรายได้หลายช่องทางหรือถือครองทรัพย์สินหลายรูปแบบ ควรเลือกยื่นในกลุ่มที่มีหลักฐานเอกสารที่พิสูจน์ได้ชัดเจนที่สุด เช่น รายการทรัพย์สินในชื่อตนเอง สัญญาจ้างงานข้ามชาติ หรือหนังสือรับรองการทำงานในสาขาเป้าหมาย

เกณฑ์ Wealthy Global Citizens และ Wealthy Pensioners ต่างกันอย่างไร?

1. Wealthy Global Citizens — ผู้มีความมั่งคั่งสูง

หลักเกณฑ์ BOI ที่ปรับปรุงล่าสุดปี 2025 กำหนดคุณสมบัติสำคัญดังนี้:

  • ทรัพย์สินส่วนบุคคลรวม: ไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สินทรัพย์ทั่วโลกรวมถึงในไทยที่เข้าเงื่อนไข)
  • เงินลงทุนในประเทศไทย: ไม่น้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบที่ BOI รับรอง เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีอายุคงเหลือตามเกณฑ์ เงินลงทุนโดยตรง (FDI) ในนิติบุคคลไทย หรือการถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมตามกฎหมาย

จุดเปลี่ยนสำคัญจากเกณฑ์เดิม: BOI ได้ยกเลิกข้อกำหนดรายได้ส่วนตัวขั้นต่ำ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับกลุ่มนี้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องยื่นแสดงประวัติรายได้เงินเดือนประจำเหมือนในอดีต แต่ต้องมีหลักฐานกรรมสิทธิ์การลงทุนในไทยที่ถูกต้องครบถ้วน

2. Wealthy Pensioners — ผู้เกษียณที่มีรายได้สม่ำเสมอ

กลุ่มนี้ออกแบบมาสำหรับผู้สมัครอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ประจำประเภท Passive Income / Unearned Income เช่น เงินบำนาญ ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ โดยมี 2 ทางเลือกหลัก:

  • ทางเลือก A: มีรายได้ Passive Income ไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี สม่ำเสมอตลอดช่วงเวลาที่กำหนด
  • ทางเลือก B: มีรายได้ Passive Income ไม่น้อยกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ร่วมกับมีเงินลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในพันธบัตรรัฐบาล อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนทางตรง

รายได้จากการรับจ้างหรือเงินเดือนประจำไม่สามารถนำมานับเป็น Passive Income ได้ ผู้สมัครต้องเตรียมเอกสารยืนยันแหล่งที่มาของเงินบำนาญหรือผลตอบแทนจากการลงทุนให้โปร่งใส

อายุ 50 ปีอย่างเดียวไม่พอสำหรับ LTR Wealthy Pensioner

ผู้เกษียณอายุที่มีอายุครบเกณฑ์ แต่ยอดเงิน Passive Income หรือเงินลงทุนไม่ถึงเกณฑ์ LTR สามารถพิจารณาวีซ่าเกษียณอายุประเภทอื่น เช่น Non-O, O-A และ O-X ซึ่งใช้ฐานเงินฝากในไทย 800,000 บาท หรือเงินบำนาญ 65,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่า

คุณสมบัติ Work-from-Thailand และ Highly-Skilled Professionals

3. Work-from-Thailand Professionals — ทำงานทางไกลให้นายจ้างต่างประเทศ

ผู้สมัครต้องทำงานระยะไกล (Remote Work) ให้กับบริษัทในต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ BOI ข้อใดข้อหนึ่ง:

  • เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Public Company) ในต่างประเทศ
  • หรือเป็นบริษัทเอกชนที่เปิดดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีรายได้รวมของบริษัทในช่วง 3 ปีย้อนหลังไม่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกณฑ์ปี 2025 ปรับลดจากเดิม 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ด้านรายได้ส่วนบุคคลของผู้สมัคร มี 2 ทางเลือก:

  • รายได้ส่วนบุคคลเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วง 2 ปีย้อนหลัง
  • หรือรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วง 2 ปีย้อนหลัง ร่วมกับมีคุณวุฒิปริญญาโทขึ้นไป ถือครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือบริษัทนายจ้างได้รับการระดมทุนระดับ Series A ขึ้นไป

เกณฑ์ปี 2025 ได้ยกเลิกข้อกำหนดประสบการณ์ทำงานขั้นต่ำ 5 ปีของกลุ่มนี้แล้ว อย่างไรก็ดี BOI ระบุชัดเจนว่าผู้ถือ LTR Work-from-Thailand ไม่มีสิทธิ์ทำงานให้บริษัทในไทย และไม่ได้รับ Digital Work Permit สำหรับนายจ้างไทย จึงไม่สามารถนำไปใช้ทำงานรับค่าจ้างในประเทศได้

4. Highly-Skilled Professionals — ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง

กลุ่มนี้เน้นบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานให้กับองค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Targeted Industries) สถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานภาครัฐของไทย โดยมีเกณฑ์รายได้ดังนี้:

  • เกณฑ์รายได้หลัก: รายได้ส่วนบุคคลเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วง 2 ปีย้อนหลัง
  • เกณฑ์รายได้ทางเลือก: รายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วง 2 ปีย้อนหลัง ร่วมกับสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปในสาขาวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ตรงกับงานเป้าหมาย
  • ข้อยกเว้นรายได้: ผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานภาครัฐของไทย มหาวิทยาลัยของรัฐ หรือสถาบันวิจัยที่เข้าเกณฑ์ ได้รับการยกเว้นข้อกำหนดรายได้ขั้นต่ำ

ผู้ถือ LTR กลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด คือสิทธิ์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ 17% (Flat Tax Rate) สำหรับรายได้ที่ได้รับจากการทำงานในสาขาเป้าหมายในประเทศไทย

ครอบครัวและผู้ติดตามของผู้ถือ LTR Visa สมัครได้อย่างไร?

เอกสารสรุปการปรับเกณฑ์ LTR Visa ของ BOI ปี 2025 เสนอขยายกลุ่มผู้ติดตามให้รวมถึง บิดามารดาและผู้ติดตามตามกฎหมาย และระบุแนวทาง ไม่จำกัดจำนวนผู้ติดตาม อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์ BOI อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปตามประกาศเกณฑ์และประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ขณะที่หน้าข้อมูลทั่วไปของโครงการบางส่วนยังแสดงเงื่อนไขเดิม ผู้สมัครจึงไม่ควรตีความว่าเพียงมีความสัมพันธ์เป็นบิดามารดาหรือเป็นผู้ติดตามลำดับเกินสี่คนแล้วมีสิทธิได้รับอนุมัติทันที ต้องตรวจคุณสมบัติและการรับคำขอของ BOI ตามกฎที่ใช้บังคับจริงในวันยื่น

กรณีบิดามารดาและผู้ติดตามเกิน 4 คน ต้องยืนยันอะไร?

ให้ตรวจเอกสารรับรองคุณสมบัติผู้ติดตามฉบับล่าสุดในระบบ LTR และสอบถาม BOI LTR Visa Unit โดยตรงว่าประเภทความสัมพันธ์ จำนวนผู้ติดตาม ขั้นตอนรับรอง และเอกสารที่ระบบรับได้ในกรณีนั้นเป็นอย่างไร อย่าใช้ข่าวประกาศปรับปรุงแทนหลักเกณฑ์การอนุมัติที่มีผลบังคับจริง

ข้อกำหนดสำคัญสำหรับผู้ติดตามแต่ละกลุ่ม:

  • เกณฑ์บุตร: ต้องเป็นบุตรตามกฎหมายที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (เมื่ออายุครบ 20 ปี สิทธิ์การเป็นผู้ติดตาม LTR จะสิ้นสุดลง)
  • หลักฐานความสัมพันธ์: ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารรับรองบุตรบุญธรรมที่ผ่านการแปลและรับรองนิติกรณ์ตามมาตรฐานสากล
  • หนังสือยินยอมอุปการะ: ผู้สมัครหลักต้องลงนามใน Consent Form for Sponsorship of a Dependent พร้อมแสดงหลักฐานประกันสุขภาพหรือเงินฝากค้ำประกันตามเกณฑ์
  • การสร้างคำขอในระบบ: ผู้ติดตามต้องสร้างบัญชีคำขอแยกของตนเองในระบบ BOI และเชื่อมโยงหมายเลขคำขอกับผู้สมัครหลัก

LTR Dependents ไม่ใช่ BOI Dependent ตามระบบ Single Window และไม่ใช่ Non-O ทั่วไป โปรดอย่าสับสนกับ BOI Dependent ของผู้เชี่ยวชาญ หรือ Non-O สำหรับครอบครัวพนักงาน เนื่องจากมีช่องทางยื่นคำขอและเงื่อนไขทางกฎหมายแยกกัน

ประกันสุขภาพ ประกันสังคม หรือเงินฝาก ใช้พิสูจน์เกณฑ์ LTR อย่างไร?

นอกเหนือจากเกณฑ์ทรัพย์สินและรายได้ ผู้สมัครหลักและผู้ติดตามทุกคนต้องมีหลักประกันค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทย โดย BOI กำหนดทางเลือกในการพิสูจน์คุณสมบัติไว้ดังนี้:

แนวทางพิสูจน์ จุดตรวจสำคัญ
ประกันสุขภาพ วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในไทยไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีระยะเวลาคุ้มครองคงเหลือไม่น้อยกว่า 10 เดือน ณ วันยื่น (ประกันเดินทางท่องเที่ยวทั่วไปไม่สามารถใช้แทนได้)
สิทธิประกันสังคม มีหลักฐานสิทธิการรักษาพยาบาลตามระบบประกันสังคมในประเทศไทยที่ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์
เงินฝากผู้สมัครหลัก เงินฝากในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีประวัติการถือครองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ
เงินฝากผู้ติดตาม เงินฝากไม่น้อยกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ติดตาม 1 คน พร้อมแสดงประวัติการถือครองต่อเนื่องตามเกณฑ์ BOI

ตรวจสอบแบบฟอร์มและเงื่อนไขหนังสือรับรองประกันสุขภาพฉบับล่าสุดได้ที่ หน้ารายการ Required Documents ของ BOI ก่อนอัปโหลดเอกสารเข้าสู่ระบบ

ขั้นตอนสมัคร LTR Visa ผ่าน BOI: ต้องรับรองคุณสมบัติก่อนออกวีซ่า

กระบวนการขอ LTR Visa แตกต่างจากวีซ่า Non-Immigrant ทั่วไป เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) จาก BOI ให้ผ่านก่อน จึงจะสามารถนัดหมายออกตราประทับวีซ่าจริงได้ การได้รับหนังสือรับรองยังมิใช่การถือครองวีซ่าจนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจประทับ

ขั้นที่ 1 — ยื่นคำขอรับรองคุณสมบัติผ่านระบบออนไลน์

ลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งานใน ระบบ LTR Visa ของ BOI เลือกประเภทผู้สมัครหลักให้ตรงตามสถานะจริง กรอกข้อมูลประวัติการทำงาน ทรัพย์สิน หรือรายได้ แล้วอัปโหลดเอกสารประกอบคำขอให้ครบถ้วน สำหรับผู้ติดตามให้สร้างคำขอแยกและเชื่อมโยงกับบัญชีหลัก

ขั้นที่ 2 — BOI ตรวจสอบและออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ

เจ้าหน้าที่ BOI ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะตรวจพิจารณาเอกสาร โดยมีกรอบระยะเวลาทำงานเฉลี่ยประมาณ 20 วันทำการนับจากวันที่เอกสารครบถ้วน หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ระยะเวลาจะขยายออกไปตามรอบการยื่นเอกสาร

ขั้นที่ 3 — เลือกสถานที่ออกวีซ่าและส่งข้อมูล Pre-approval

เมื่อคำขอผ่านการรับรอง ผู้สมัครต้องส่งข้อมูล Pre-approval และเลือกสถานที่รับตราประทับวีซ่า ได้แก่ ศูนย์ TIESC อาคาร One Bangkok สำหรับผู้ที่พำนักในไทย หรือสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ

ขั้นที่ 4 — ติดต่อรับตราประทับ LTR Visa ภายใน 60 วัน

ประกาศ BOI ที่ ป.4/2568 กำหนดให้ผู้ผ่านการรับรองติดต่อขอรับตราประทับวีซ่าภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ หากถือวีซ่าประเภทอื่นอยู่ในไทย ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อประสานงานขั้นตอนเปลี่ยนประเภทวีซ่า โดยไม่แจ้งยกเลิกวีซ่าเดิมล่วงหน้าด้วยตนเองเพื่อป้องกันภาวะพำนักผิดกฎหมาย

ขั้นที่ 5 — ขอรับใบอนุญาตทำงานดิจิทัล (Digital Work Permit)

ผู้ถือ LTR Visa ในกลุ่มที่มีสิทธิ์ทำงานในไทย (เช่น Highly-Skilled Professionals) สามารถยื่นขอ Digital Work Permit ได้ที่ศูนย์ TIESC หรือกรมการจัดหางาน ส่วนผู้ถือกลุ่ม Work-from-Thailand ทำงานระยะไกลให้นายจ้างต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้รับสิทธิ์ทำงานกับบริษัทไทย

ที่ตั้งศูนย์บริการ LTR Visa แห่งใหม่

ศูนย์บริการ LTR Visa ย้ายจากอาคารจามจุรีสแควร์เดิม ไปยัง ศูนย์บริการการลงทุนและบุคลากรต่างชาติ (TIESC) ชั้น 6–7 โซน Parade, อาคาร One Bangkok ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยต้องจองคิวนัดหมายผ่านระบบออนไลน์ของ BOI ก่อนเข้ารับบริการ

เอกสารขอ LTR Visa ต้องเตรียมอย่างไรให้ตรงประเภท?

เอกสารประกอบคำขอ LTR Visa ต้องจัดเตรียมแยกตามกลุ่มผู้สมัครและเงื่อนไขรายได้ โดยเอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษและรับรองความถูกต้องตามมาตรฐานสากล:

เอกสารพื้นฐานสำหรับผู้สมัครทุกคน

  • สำเนาหนังสือเดินทางที่มีอายุคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมหน้าประทับตราเข้าเมืองไทยล่าสุด
  • รูปถ่ายสีหน้าตรง ข้อมูลติดต่อ และที่อยู่ในประเทศไทยที่สามารถตรวจสอบได้จริง
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพ หนังสือรับรองสิทธิประกันสังคม หรือหลักฐานเงินฝากค้ำประกัน
  • เอกสารแปลภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่มีการรับรองนิติกรณ์ถูกต้องตามเกณฑ์

เอกสารเฉพาะแยกตาม 4 กลุ่มผู้สมัคร

  • Wealthy Global Citizens: รายการทรัพย์สินในชื่อผู้สมัคร เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์การลงทุนในไทย (พันธบัตร หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์) พร้อมเอกสารแสดงมูลค่าสุทธิ
  • Wealthy Pensioners: เอกสารยืนยันอายุและหลักฐานแสดงรายได้เงินบำนาญ ดอกเบี้ย หรือเงินปันผลต่อเนื่อง หากใช้เกณฑ์ทางเลือกให้แนบเอกสารเงินลงทุนในไทยเพิ่มเติม
  • Work-from-Thailand Professionals: สัญญาจ้างงานหรือหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทต่างประเทศ เอกสารจดทะเบียนบริษัท งบการเงินที่แสดงรายได้รวมของบริษัทไม่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 ปีย้อนหลัง
  • Highly-Skilled Professionals: สัญญาจ้างงานหรือหนังสือรับรองตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ใบรับรองผลประกอบการองค์กร ประวัติการทำงาน และสำเนาปริญญาบัตรตามเกณฑ์
  • ผู้ติดตาม (Dependents): ทะเบียนสมรส สูติบัตร หนังสือแสดงความยินยอมอุปการะ และเอกสารประกันสุขภาพของผู้ติดตามแต่ละคน

สามารถดาวน์โหลดรายการเอกสารฉบับทางการแยกตามกลุ่มผู้สมัครได้ที่หน้า Required Documents ของ BOI

ค่าธรรมเนียม LTR Visa เท่าไร ใช้เวลากี่วัน และทำงานได้หรือไม่?

รายการ รายละเอียดตามประกาศทางการ
ยื่นรับรองคุณสมบัติผ่านระบบ BOI ไม่มีค่าธรรมเนียมภาครัฐสำหรับการยื่นขอรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) โดยตรงผ่านระบบของ BOI
ค่าธรรมเนียมออกวีซ่า LTR ที่ศูนย์ TIESC ในไทย 50,000 บาทต่อคน (อัตราเหมาจ่ายสำหรับการอนุญาตพำนักช่วงแรก 5 ปี)
ออกวีซ่าที่สถานทูตไทยหรือระบบ e-Visa ต่างประเทศ คิดตามอัตราค่าธรรมเนียมที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ประจำประเทศนั้นกำหนดในสกุลเงินท้องถิ่น
ระยะเวลาพิจารณารับรองคุณสมบัติ ประมาณ 20 วันทำการ เมื่อเอกสารครบถ้วน และอาจขยายเวลาหากเจ้าหน้าที่ร้องขอเอกสารเพิ่มเติม
สิทธิการทำงานในประเทศไทย แตกต่างกันตามประเภท: กลุ่ม Highly-Skilled ขอ Digital Work Permit ทำงานในไทยได้ ส่วนกลุ่ม Work-from-Thailand ทำงานระยะไกลให้นายจ้างต่างประเทศเท่านั้น

อย่าสับสนระหว่างค่าขอรับรองคุณสมบัติของ BOI (ฟรีค่าบริการภาครัฐ) กับค่าธรรมเนียมออกตราประทับวีซ่าของ ตม. (50,000 บาท) หรือค่าบริการวิชาชีพของตัวแทนที่ปรึกษา การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดเตรียมเอกสารมิใช่การรับประกันผลการอนุมัติจาก BOI

LTR Visa กับการรายงานตัวและภาษี

ผู้ถือ LTR Visa ได้รับสิทธิ์รายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน เป็นรายงานตัวปีละ 1 ครั้ง (แบบ ตม.95) ช่วยลดภาระการเดินทางไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนี้หน้าที่การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (แบบ ตม.30) ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 17% บังคับใช้เฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงในสาขาเป้าหมายตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรเท่านั้น

LTR Visa ต่างจาก Retirement Visa และ SMART Visa อย่างไร?

แม้ทุกประเภทจะอนุญาตให้พำนักระยะยาวในประเทศไทย แต่มีวัตถุประสงค์ คุณสมบัติผู้สมัคร และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:

ประเภทวีซ่า จุดเด่นและกลุ่มเป้าหมาย ข้อพิจารณาสำคัญ
LTR Visa พำนักสูงสุด 10 ปี (5+5 ปี) รายงานตัวปีละครั้ง ได้ Fast Track เหมาะกับผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณรายได้สูง ผู้ทำงานทางไกล และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง ต้องผ่านการรับรองคุณสมบัติจาก BOI ก่อน ค่าธรรมเนียมวีซ่า 50,000 บาท และต้องรักษาสถานะคุณสมบัติต่อเนื่อง
Retirement Visa (Non-O / O-A / O-X) พำนักสำหรับผู้เกษียณอายุ 50 ปีขึ้นไป ใช้เกณฑ์เงินฝากในไทย 800,000 บาท หรือเงินบำนาญ 65,000 บาทต่อเดือน ต้องรายงานตัวทุก 90 วัน ไม่ได้รับสิทธิ์ทำงาน และมีเงื่อนไขประกันสุขภาพเฉพาะสำหรับ O-A และ O-X
SMART Visa เน้นสตาร์ทอัพ (SMART S) ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยกเว้นใบอนุญาตทำงาน รายงานตัวปีละครั้ง BOI ปรับเกณฑ์ยกเลิกคำขอใหม่กลุ่ม Talent, Investor, Executive โดยให้ย้ายมาสมัคร LTR Visa แทน

สำหรับผู้เกษียณอายุที่มีรายได้หรือเงินฝากไม่เข้าเกณฑ์ LTR สามารถศึกษาทางเลือกเพิ่มเติมได้จาก คู่มือเปรียบเทียบ Retirement Visa Non-O, O-A, O-X เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับฐานะทางการเงินจริง

หากกำลังเปรียบเทียบ LTR กับการพำนักสำหรับผู้ก่อตั้งธุรกิจ Startup ควรตรวจ SMART Visa สำหรับผู้ประกอบการ Startup ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีเกณฑ์และขั้นตอนรับรองต่างจาก LTR และ BOI Expert Position Approval

Checklist คัดกรอง LTR Visa ก่อนกรอกระบบ BOI

  • ☐ เลือกกลุ่มเป้าหมาย 1 กลุ่มจาก 4 กลุ่มหลักที่ตรงกับคุณสมบัติและหลักฐานเอกสารของตนเองอย่างแท้จริง
  • ☐ ตรวจสอบเกณฑ์รายได้ ทรัพย์สิน และการลงทุนตามประกาศ BOI ปี 2025 ล่าสุด โดยไม่ยึดถือระเบียบเก่าปี 2022
  • ☐ ผู้สมัครกลุ่ม Wealthy Pensioner ตรวจสอบว่ารายได้ที่ใช้เป็น Passive Income แท้จริง มิใช่นำเงินเดือนประจำมาคำนวณ
  • ☐ ผู้สมัครกลุ่ม Work-from-Thailand ตรวจสอบสถานะบริษัทนายจ้างในต่างประเทศ งบการเงิน 3 ปีย้อนหลัง และฐานรายได้ส่วนบุคคล
  • ☐ ผู้สมัครกลุ่ม Highly-Skilled ตรวจสอบว่าตำแหน่งงานและองค์กรนายจ้างอยู่ในขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ BOI กำหนด
  • ☐ จัดเตรียมกรมธรรม์ประกันสุขภาพคุ้มครองในไทยไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ สิทธิประกันสังคม หรือหลักฐานเงินฝากค้ำประกัน
  • ☐ จัดเตรียมเอกสารความสัมพันธ์ของผู้ติดตาม (คู่สมรส บุตรอายุต่ำกว่า 20 ปี และกรณีบิดามารดาเมื่อเข้าเกณฑ์ที่หน่วยงานรับคำขอ) พร้อมคำแปลและตรารับรองนิติกรณ์
  • ☐ ตรวจสอบรายการเอกสารและข้อกำหนดทางเทคนิคตามคู่มือ Required Documents ของ BOI ก่อนอัปโหลดไฟล์เข้าระบบ
  • ☐ วางแผนสถานที่รับตราประทับวีซ่าล่วงหน้า (ศูนย์ TIESC One Bangkok ในไทย หรือสถานทูตไทยในต่างประเทศ)
  • ☐ แยกกรอบเวลา 60 วันสำหรับยื่นรับตราประทับวีซ่า ออกจากระยะเวลาพิจารณาคำขอรับรองคุณสมบัติ
  • ☐ หากถือวีซ่าเดิมอยู่ ให้ปรึกษาขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่แจ้งยกเลิกวีซ่าเดิมล่วงหน้าด้วยตนเอง

Checklist นี้เป็นแนวทางประเมินความพร้อมเบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนดุลยพินิจในการรับรองคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ BOI และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ยื่นคำขอจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LTR Visa Thailand

LTR Visa Thailand อยู่ได้ 10 ปีทันทีหรือไม่?

โครงการ LTR Visa ให้สิทธิ์พำนักรวมสูงสุด 10 ปี โดยจะอนุญาตให้พำนักในรอบแรก 5 ปี และมีการตรวจประเมินคุณสมบัติเมื่อครบ 5 ปีเพื่อต่ออายุในรอบที่สองอีก 5 ปี ผู้ถือวีซ่าจึงต้องรักษาสถานะคุณสมบัติให้ตรงตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่พำนัก

Wealthy Global Citizens ยังต้องมีรายได้ส่วนตัว 80,000 ดอลลาร์ต่อปีหรือไม่?

ไม่ต้อง ประกาศปรับปรุงเกณฑ์ BOI ปี 2025 ได้ยกเลิกข้อกำหนดรายได้ส่วนบุคคลขั้นต่ำ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับกลุ่มนี้แล้ว โดยพิจารณาเฉพาะมูลค่าทรัพย์สินส่วนบุคคลขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ผู้เกษียณอายุเกิน 50 ปีขอ LTR ได้ทุกคนไหม?

ไม่ได้ อายุเป็นเพียงคุณสมบัติเบื้องต้น ผู้สมัครกลุ่ม Wealthy Pensioners ต้องมีรายได้ประเภท Passive Income (บำนาญ ดอกเบี้ย เงินปันผล) ไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีร่วมกับเงินลงทุนในไทย 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากไม่เข้าเกณฑ์แนะนำให้ยื่นขอวีซ่าเกษียณอายุมาตรฐาน (Non-O)

ทำงานออนไลน์จากไทยทุกคนขอ LTR Work-from-Thailand ได้ไหม?

ไม่ได้ ผู้สมัครต้องมีรายได้ส่วนตัวไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (หรือ 40,000 ดอลลาร์ร่วมกับวุฒิ ป.โท) และบริษัทนายจ้างในต่างประเทศต้องเป็นบริษัทมหาชนหรือบริษัทเอกชนที่มีรายได้รวมไม่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 3 ปี การทำงานฟรีแลนซ์ทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์บริษัทจะไม่ผ่านการพิจารณา

ผู้ถือ LTR สามารถพาครอบครัวและพ่อแม่มาอยู่ได้ไหม?

BOI ประกาศแนวทางขยายสิทธิผู้ติดตามในปี 2025 ให้รวมบิดามารดาและยกเลิกเพดานจำนวนผู้ติดตาม แต่ข่าวทางการระบุว่าการมีผลใช้ขึ้นกับประกาศเกณฑ์และประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง จึงต้องตรวจเอกสารและสถานะรับคำขอปัจจุบันของ BOI สำหรับความสัมพันธ์และจำนวนผู้ติดตามของครอบครัวคุณก่อนยื่น ไม่ควรถือว่าได้รับสิทธิอัตโนมัติ

ต้องซื้อประกันสุขภาพสำหรับ LTR เสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพเสมอไป หากมีสิทธิประกันสังคมในไทยที่ยังคุ้มครองสมบูรณ์ หรือเลือกใช้เกณฑ์วางเงินฝากในบัญชีธนาคาร (100,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับผู้สมัครหลัก และ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ติดตาม 1 คน) ถือครองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 เดือนแทนได้

ค่าขอรับรองคุณสมบัติ BOI และค่าออกวีซ่า LTR เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน การยื่นขอรับรองคุณสมบัติ (Qualification Endorsement) ผ่านระบบของ BOI ไม่มีค่าธรรมเนียมภาครัฐ แต่เมื่อผ่านการรับรองแล้ว การออกตราประทับวีซ่าที่ศูนย์ TIESC ในประเทศไทย มีค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของ ตม. อยู่ที่ 50,000 บาทต่อคนสำหรับการพำนัก 5 ปีแรก

รับรองคุณสมบัติ LTR ผ่าน BOI แล้วได้วีซ่าทันทีหรือไม่?

ยังไม่ได้วีซ่าทันที กระบวนการรับรองคุณสมบัติกับขั้นตอนออกวีซ่าแยกออกจากกัน เมื่อผ่านการรับรองแล้ว ผู้สมัครต้องยื่นเอกสาร Pre-approval และติดต่อรับตราประทับวีซ่าภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ โดยประสานงานกับศูนย์ TIESC หรือสถานทูตไทยที่เลือกไว้

มี LTR Work-from-Thailand แล้วทำงานให้บริษัทไทยได้หรือไม่?

ไม่ได้ กลุ่ม Work-from-Thailand มีวัตถุประสงค์สำหรับผู้ทำงานทางไกลให้บริษัทในต่างประเทศเท่านั้น ผู้ถือวีซ่ากลุ่มนี้ไม่ได้รับ Digital Work Permit สำหรับการทำงานในไทย หากต้องการทำงานให้นายจ้างไทยต้องเปลี่ยนประเภทคำขอหรือขออนุมัติตามระเบียบแรงงานที่เกี่ยวข้อง

มี Non-B อยู่แล้ว ต้องยกเลิกเพื่อขอ LTR ก่อนหรือไม่?

ไม่ควรแจ้งยกเลิกวีซ่าเดิมล่วงหน้าด้วยตนเอง ให้รอจนกระทั่งได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก BOI แล้วจึงปรึกษาขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะหรือโอนย้ายวีซ่ากับเจ้าหน้าที่ศูนย์ TIESC เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ Overstay หรือขาดช่วงการพำนักที่ถูกต้องตามกฎหมาย

BTOOLS IMMIGRATION

ไม่แน่ใจว่าตนเองเข้า LTR Visa กลุ่มไหน?

หากต้องการให้ช่วยตรวจกลุ่มคุณสมบัติเบื้องต้น แยกหลักฐานรายได้ ทรัพย์สิน หรือการจ้างงาน และวางแผนเอกสารก่อนยื่นผ่านระบบ BOI สามารถสอบถามขอบเขตบริการของ BTools Immigration ได้ การรับรองคุณสมบัติและการออกวีซ่าเป็นอำนาจของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถรับประกันผลได้

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ตรวจข้อมูลแหล่ง BOI และเอกสารปรับเกณฑ์ 2025 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 (2026) สำหรับร่างบทความนี้ ก่อนส่งคำขอจริงต้องตรวจประกาศและรายการเอกสารที่ BOI แสดง ณ วันที่ยื่น เนื่องจากบางหน้าบนเว็บไซต์และเว็บไซต์สถานทูตอาจยังมีเงื่อนไขเวอร์ชันเก่า โดยเฉพาะผู้ติดตาม สิทธิการทำงานและภาษี รายละเอียดด้านภาษีและสิทธิการทำงานขึ้นกับกรณีจริง

บทความอื่นๆ