VISA & WORK PERMIT GUIDE

Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร? สรุปสำหรับ HR และชาวต่างชาติ

ทั้งสองเอกสารเกี่ยวข้องกับการทำงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย แต่มีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้สรุปความแตกต่าง พร้อมแนวทางวางแผนเอกสารให้ฝ่าย HR และผู้สมัครเข้าใจตรงกัน

อัปเดตข้อมูล: 3 พฤศจิกายน 2569 คู่มือสำหรับนายจ้างและชาวต่างชาติ

สรุปสั้น ๆ

Non-B Visa เป็นวีซ่าสำหรับการเดินทางเข้าไทยด้วยวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจหรือการทำงาน ส่วน Work Permit เป็นการอนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด การมี Non-B Visa เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเริ่มทำงานได้ทันที สำหรับการจ้างงานทั่วไป จำเป็นต้องจัดการทั้งสถานะการเข้าเมืองและการอนุญาตทำงานให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ — Non-Immigrant Visa “B”

Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร?

จุดที่ต้องจำให้ได้คือ วีซ่าเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าไทย ขณะที่ ใบอนุญาตทำงานเกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำงาน เอกสารสองประเภทนี้ไม่สามารถใช้แทนกันได้

หัวข้อ Non-B Visa Work Permit
จุดประสงค์ ใช้ยื่นขอเดินทางเข้าไทยสำหรับการทำงานหรือกิจกรรมทางธุรกิจตามประเภทที่กำหนด อนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
หน่วยงานหลัก สถานทูต/สถานกงสุลไทย; บางกรณีที่ยื่นเปลี่ยนประเภทในไทยเกี่ยวข้องกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือช่องทางเฉพาะตามสิทธิและประเภทคำขอ
ข้อมูลสำคัญ วัตถุประสงค์การเดินทาง ผู้สมัคร และเอกสารจากนายจ้างหรือผู้เชิญ ข้อมูลนายจ้าง ลักษณะงาน ตำแหน่ง และข้อมูลผู้ขออนุญาตทำงาน
ใช้แทนกันได้ไหม ใช้แทนใบอนุญาตทำงานไม่ได้ ใช้แทนสถานะการเข้าเมืองหรือสิทธิพำนักไม่ได้

ตารางนี้อธิบายหลักทั่วไปสำหรับการจ้างงานชาวต่างชาติ ไม่ใช่การสรุประบบอนุญาตทุกประเภท เช่น กรณีที่อยู่ภายใต้สิทธิส่งเสริมการลงทุนหรือข้อยกเว้นเฉพาะ

Non-B Visa คืออะไร และเหมาะกับใคร?

Non-Immigrant Visa Category B เป็นประเภทวีซ่าที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาทำงานและการติดต่อธุรกิจในประเทศไทย โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ตรงกับกิจกรรมที่จะดำเนินการ เช่น การเข้าทำงานกับนายจ้างในไทย หรือการเดินทางมาติดต่อธุรกิจ

EMPLOYMENT

การเข้ามาทำงาน

กรณีมีนายจ้างในประเทศไทย ควรวางแผนเอกสาร Non-B ควบคู่กับการขออนุญาตทำงาน รวมทั้งตรวจช่วงเวลาที่จะเริ่มงานอย่างถูกต้อง

BUSINESS

การเข้ามาติดต่อธุรกิจ

เน้นวัตถุประสงค์การเดินทาง กิจกรรมที่จะทำ และข้อมูลองค์กรผู้เชิญ ส่วนกิจกรรมใดเข้าข่ายการทำงานที่ต้องได้รับอนุญาตต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง

สำหรับผู้สมัครที่อยู่ต่างประเทศ สามารถตรวจแนวทางการยื่นผ่าน Thai e-Visa และสถานทูตหรือสถานกงสุลที่รับคำขอ โดยรายการเอกสารอาจต่างกันตามสถานที่ยื่นและลักษณะการเดินทาง

Work Permit คืออะไร และเกี่ยวข้องกับงานที่ทำอย่างไร?

หากกำลังเตรียมคำขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ อ่านต่อที่ รายการเอกสารขอ Work Permit สำหรับพนักงานและนายจ้าง เพื่อแยกหน้าที่เตรียมเอกสารของแต่ละฝ่าย

Work Permit หรือใบอนุญาตทำงาน เป็นการอนุญาตตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าวในประเทศไทย ผู้ยื่นต้องพิจารณาข้อมูลการจ้างงานและประเภทงานให้ตรงกับคำขอ โดยทั่วไปฝ่าย HR จะต้องประสานทั้งข้อมูลบริษัทและข้อมูลพนักงานต่างชาติเพื่อดำเนินเรื่องนี้

กรมการจัดหางานเปิดให้บริการระบบ e-WorkPermit เพื่อรองรับการดำเนินคำขอเกี่ยวกับการอนุญาตทำงาน ซึ่งเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ ช่องทางที่ใช้จริงต้องเลือกตามประเภทและสถานะของผู้สมัคร

หากองค์กรได้รับการส่งเสริมการลงทุนและมีกรณีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ควรตรวจขั้นตอนตามสิทธิ BOI ซึ่งมีระบบและกระบวนการเฉพาะ ไม่ควรนำรายการเอกสาร Work Permit ทั่วไปไปใช้กับทุกกรณีเหมือนกัน

ชาวต่างชาติต้องมีทั้ง Non-B Visa และ Work Permit หรือไม่?

โดยทั่วไป หากชาวต่างชาติเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย ต้องมีสถานะการเข้าเมืองที่เหมาะสมและได้รับอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน สำหรับเส้นทางการจ้างงานทั่วไป Non-B Visa และ Work Permit จึงเป็นสองเรื่องที่ฝ่าย HR ต้องวางแผนร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ถือใบอนุญาตทำงานทุกคนต้องใช้ Non-B แบบเดียวกัน และไม่ใช่ผู้เดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจทุกคนจะต้องยื่น Work Permit โดยอัตโนมัติ เพราะมีสถานะหรือกระบวนการเฉพาะสำหรับบุคคลและกิจกรรมบางประเภท จึงควรเริ่มจากวัตถุประสงค์และลักษณะงานจริง ไม่ใช่เริ่มจากชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียว

ข้อควรแยกให้ออก: Visa Validity กับ Permission to Stay

วันหมดอายุวีซ่ากับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยไม่ใช่ความหมายเดียวกัน วีซ่าเกี่ยวข้องกับการขอเดินทางเข้า ขณะที่การอนุญาตให้เข้าและระยะเวลาที่พำนักได้อยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ฝ่าย HR จึงควรตรวจวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่จริง ควบคู่กับสถานะ Work Permit

HR CHECKLIST

ฝ่าย HR ควรวางแผน Non-B Visa และ Work Permit อย่างไร?

การจัดการเอกสารสองส่วนนี้จะง่ายขึ้นเมื่อบริษัทวางลำดับข้อมูลตั้งแต่ก่อนพนักงานเริ่มงาน แทนการรอให้เอกสารใดเอกสารหนึ่งใกล้ครบกำหนดก่อนค่อยตรวจอีกเรื่อง

  1. ยืนยันวัตถุประสงค์และลักษณะงานตรวจว่าผู้สมัครจะเข้ามาทำงานกับบริษัทหรือเข้ามาเพื่อการติดต่อธุรกิจ พร้อมระบุตำแหน่ง หน้าที่ และวันเริ่มงานที่วางแผนไว้
  2. ตรวจสถานะและสถานที่ยื่นรวบรวมสัญชาติ ประเทศที่พำนัก วีซ่าหรือสถานะปัจจุบัน เพื่อเลือกเส้นทางดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
  3. จัดเตรียมข้อมูลจากสองฝ่ายฝ่ายบริษัทเตรียมข้อมูลกิจการและการจ้างงาน ส่วนผู้สมัครเตรียมเอกสารประจำตัวและข้อมูลสถานะตามรายการที่ใช้กับกรณีนั้น
  4. วางแผนการขออนุญาตทำงานก่อนเริ่มงานประสานขั้นตอนของวีซ่า การเข้าเมือง และ Work Permit ให้สอดคล้องกัน โดยไม่ถือว่าการได้รับ Non-B เป็นการอนุญาตทำงานแล้ว
  5. ติดตามวันสำคัญอย่างต่อเนื่องบันทึกวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ รายละเอียด Work Permit และกำหนดการต่ออายุที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนล่วงหน้า

ลำดับนี้เป็นแนวทางการประสานงานสำหรับ HR ไม่ใช่ลำดับขั้นตอนทางราชการที่ใช้ได้กับทุกประเภทคำขอ

3 เรื่องที่องค์กรเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อย

“มี Non-B แล้ว เริ่มงานได้เลย”

การมีวีซ่าไม่เท่ากับการได้รับอนุญาตทำงาน ต้องตรวจสถานะ Work Permit และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มงาน

“มี Work Permit แล้ว ไม่ต้องดูวันอนุญาตให้อยู่”

เรื่องสิทธิพำนักกับการอนุญาตทำงานเป็นคนละส่วน ควรติดตามทั้งคู่และประสานข้อมูลให้สอดคล้องกัน

“เอกสารทุกคนใช้เหมือนกัน”

เอกสารและช่องทางยื่นขึ้นกับวัตถุประสงค์ สถานที่ยื่น ประเภทงาน และสิทธิที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจตามกรณีก่อนเตรียมคำขอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Non-B Visa และ Work Permit

มี Non-B Visa แล้ว จำเป็นต้องขอ Work Permit อีกไหม?

หากจะเข้าทำงานในประเทศไทยตามระบบการจ้างงานทั่วไป ต้องได้รับอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน การมี Non-B เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ใบอนุญาตทำงาน

ถ้ามี Work Permit แล้ว สามารถอยู่ในไทยได้ตามอายุใบอนุญาตเลยไหม?

ไม่ควรใช้วันหมดอายุ Work Permit แทนวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ ต้องตรวจสถานะการเข้าเมืองและวันที่อนุญาตให้อยู่แยกต่างหาก

ผู้ที่เดินทางมาประชุมธุรกิจต้องมี Work Permit หรือไม่?

ต้องพิจารณาลักษณะกิจกรรมที่ทำจริงและข้อกำหนดที่ใช้กับกรณี การเดินทางมาติดต่อธุรกิจไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นการเข้าทำงานกับนายจ้างไทย และไม่ควรสรุปว่าได้รับยกเว้นใบอนุญาตทำงานในทุกกิจกรรม

ต้องเตรียม Non-B Visa ก่อนหรือ Work Permit ก่อน?

สำหรับการจ้างงานทั่วไปมักมีการเตรียมเอกสารร่วมกัน และบางกรณีอาจต้องใช้หนังสือรับรองหรือหลักฐานขั้นตอนด้านแรงงานประกอบคำขอวีซ่า ลำดับที่เหมาะสมจึงขึ้นกับสถานะของผู้สมัครและช่องทางยื่น ไม่ควรสรุปเป็นลำดับเดียวสำหรับทุกคน

หากบริษัทได้รับการส่งเสริม BOI ต้องใช้ขั้นตอนเดียวกันหรือไม่?

กรณีผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนมีขั้นตอนเฉพาะตามสิทธิ BOI และระบบ Single Window ที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจเส้นทางนั้นแยกจากกรณีจ้างงานทั่วไป

BTOOLS IMMIGRATION

วางแผนเอกสารวีซ่าและ Work Permit ให้เป็นระบบ

เริ่มจากข้อมูลบริษัท ตำแหน่งงาน และสถานะของผู้สมัคร เพื่อพูดคุยถึงบริการที่เหมาะกับการดำเนินงานขององค์กร

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลทางการ

บทความนี้อธิบายแนวทางทั่วไปสำหรับนายจ้างและผู้สมัคร โดยข้อกำหนดที่ใช้กับคำขอจริงต้องตรวจตามประเภทและหน่วยงานที่รับเรื่อง

บทความอื่นๆ