THAILAND IMMIGRATION LAW & COMPLIANCE

Overstay คืออะไร? อยู่เกินกำหนดในไทย ค่าปรับและผลต่อการเข้าประเทศ

คู่มือสำหรับฝ่ายบุคคลและชาวต่างชาติ: ทำความเข้าใจกฎหมาย Overstay อัตราค่าปรับ โทษแบนห้ามเข้าประเทศ (Blacklist) และวิธีแก้ไขสถานการณ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

สรุปข้อกำหนดสำคัญ (Executive Summary)

Overstay (การอยู่เกินกำหนดอนุญาต) คือความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 มีโทษปรับ 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท หากมอบตัวและอยู่เกินตั้งแต่ 90 วันขึ้นไป จะถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศไทย 1–10 ปี แต่หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุม โทษแบนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5–10 ปีทันที แม้อยู่เกินเพียง 1 วัน

  • การจ่ายค่าปรับ: สามารถชำระได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ (สุวรรณภูมิ/ดอนเมือง) ในวันเดินทางกลับ
  • ความเสี่ยงระหว่าง Overstay: ไม่สามารถยื่นขอต่อวีซ่าปกติ หรือขอรับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ใหม่ได้ และเสี่ยงถูกควบคุมตัวในห้องกัก ตม. (IDC)
  • การป้องกัน: ต้องยึดวันหมดอายุบน ตราประทับขาเข้า (Admitted Until) เป็นหลักเสมอ ไม่ใช่วันหมดอายุของตัววีซ่า (Visa Expiry Date)

ข้อมูลอ้างอิงหลัก: กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)

Overstay คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร?

Overstay คือสถานะที่ชาวต่างชาติพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับตราอนุญาตในหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเกิดจากความประมาทเลินเล่อ จำวันคลาดเคลื่อน หรือเข้าใจผิดเรื่องประเภทของวีซ่า

ตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 กำหนดไว้ชัดเจนว่า “คนต่างด้าวใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตนั้นสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ผลกระทบต่อประวัติทางกฎหมาย (Immigration Record)

เมื่อเกิด Overstay ประวัติการละเมิดกฎหมายจะถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ สตม. (Biometrics System) แม้จะชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ประวัติดังกล่าวอาจส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติวีซ่าในอนาคต เช่น การยื่นขอวีซ่าระยะยาว วีซ่าทำงาน หรือการขอเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ ที่มีข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูล

โทษปรับและเกณฑ์การแบนห้ามเข้าประเทศ (Blacklist Table)

ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2558 เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร เกณฑ์การแบนห้ามเข้าประเทศ (Blacklist) แบ่งออกเป็น 2 กรณีอย่างชัดเจน:

1. ตารางกรณีเข้ามอบตัวด้วยตนเอง (Surrender to Authorities)

ระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) โทษปรับ (Fine) ระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ (Blacklist)
เกินกำหนดไม่เกิน 90 วัน 500 บาท/วัน (สูงสุด 20,000 บาท) ไม่มีโทษแบน (สามารถเดินทางกลับเข้ามาได้)
เกินกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี 20,000 บาท ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 1 ปี
เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี 20,000 บาท ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 3 ปี
เกินกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี 20,000 บาท ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 5 ปี
เกินกว่า 5 ปีขึ้นไป 20,000 บาท ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 10 ปี

2. ตารางกรณีถูกจับกุมดำเนินคดี (Apprehended by Authorities)

ระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) โทษปรับและคดีอาญา ระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ (Blacklist)
ไม่เกิน 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท + ดำเนินคดีและส่งกลับ ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 5 ปี
เกินกว่า 1 ปีขึ้นไป ปรับสูงสุด 20,000 บาท + ดำเนินคดีและส่งกลับ ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 10 ปี

หมายเหตุ: กรณีถูกจับกุม คนต่างด้าวจะต้องถูกควบคุมตัวที่ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (IDC ซอยสวนพลู) เพื่อรอการส่งกลับประเทศต้นทาง โดยผู้ต้องกักหรือญาติต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั๋วเครื่องบินและค่าธรรมเนียมเองทั้งหมด

ความเข้าใจผิด: Visa Expiry vs Permission to Stay

สาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิด Overstay คือความสับสนระหว่างวันที่สองวันในหนังสือเดินทาง:

1. วันหมดอายุของวีซ่า (Visa Expiry Date)

คือวันสุดท้ายที่สามารถนำวีซ่าฉบับนั้นใช้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ วันนี้ ไม่ได้หมายถึง วันสุดท้ายที่คุณสามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้

2. ตราประทับอนุญาตพำนัก (Admitted Until Date)

คือตราหมึกสี่เหลี่ยมที่เจ้าหน้าที่ ตม. ประทับลงในเล่มพาสปอร์ต ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองตอนเดินทางเข้าประเทศ วันนี้คือ กำหนดเวลาทางกฎหมายที่แท้จริง ที่คุณต้องเดินทางออกหรือยื่นขอต่ออายุวีซ่าก่อนถึงวันดังกล่าว

ศึกษาตัวอย่างการอ่านตราประทับและกรณีศึกษาเชิงลึกได้ที่คู่มือ Visa Validity กับ Duration of Stay ต่างกันอย่างไร

วิธีแก้ไขเมื่อพบว่าตนเองหรือพนักงาน Overstay

เมื่อพบว่าเกิดการอยู่เกินกำหนด ต้องปฏิบัติดังนี้ทันทีเพื่อลดผลกระทบทางกฎหมาย:

  1. ตรวจสอบจำนวนวัน Overstay อย่างแม่นยำ
    นับจำนวนวันถัดจากวันหมดอายุบนตราประทับจนถึงวันปัจจุบัน เพื่อประเมินยอดค่าปรับ (วันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท) และตรวจสอบว่าแตะเกณฑ์ติด Blacklist (90 วัน) แล้วหรือไม่
  2. เตรียมความพร้อมเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ (มอบตัวที่สนามบิน)
    หาก Overstay ไม่เกิน 90 วัน ทางออกที่ปลอดภัยและเร็วที่สุดคือการซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางออกนอกประเทศไทย และเดินทางไปถึงสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 4–5 ชั่วโมง เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ชำระค่าปรับตามกฎหมาย และรับตราประทับเดินทางออก
  3. กรณีมีเหตุจำเป็นทางการแพทย์หรือเหตุสุดวิสัย
    หาก Overstay เนื่องจากป่วยหนักหรือเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถเดินทางได้ ต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ และมอบอำนาจให้ญาติหรือผู้แทนติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอพิจารณาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ
  4. กรณีพนักงานในองค์กร Overstay
    ฝ่ายบุคคลต้องระงับการทำงานของพนักงานรายนั้นทันที เนื่องจากใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสภาพตามการอนุญาตพำนัก และต้องรีบจัดการพาพนักงานไปชำระค่าปรับและเดินทางออกนอกประเทศอย่างถูกต้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่แรงงานหรือ ตม. จะเข้าตรวจสถานประกอบการ

HR & EXPAT CHECKLIST

Checklist ป้องกันและตรวจเช็กสถานะการพำนัก

แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา Overstay ในองค์กรและบุคคล:

  • ☐ 1. ตรวจสอบตราประทับขาเข้าทันทีที่ผ่านด่าน: ตรวจดูวันที่ประทับตราอนุญาต (Admitted Until) ทุกครั้งที่เดินทางเข้าประเทศ หากเจ้าหน้าที่ประทับตราผิดพลาดหรือไม่ตรงกับประเภทวีซ่า ต้องทักท้วงและแก้ไขทันที ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
  • ☐ 2. ตั้งระบบเตือนล่วงหน้า 30-45 วัน: ฝ่ายบุคคลหรือผู้ถือวีซ่าควรบันทึกแจ้งเตือนในปฏิทินล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนวีซ่าหมดอายุ เพื่อเตรียมเอกสารยื่นขออยู่ต่อ (Extension of Stay)
  • ☐ 3. ทำ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออก: หากถือวีซ่าประเภทอยู่ต่อ 1 ปี ต้องตรวจสอบว่าวีซ่าเป็นแบบ Multiple หรือ Single หากเป็น Single ต้องทำ Re-entry Permit ทุกครั้งก่อนเดินทางออก มิฉะนั้นวีซ่าจะสิ้นสภาพทันทีเมื่อก้าวพ้นด่านตรวจ ศึกษาขั้นตอนที่ คู่มือ Re-entry Permit
  • ☐ 4. รายงานตัว 90 วันตรงตามกำหนด: การรายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยทุก 90 วัน เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จะไม่ใช่วันต่ออายุวีซ่าแต่หากละเลยจะมีโทษปรับ 2,000 บาท ศึกษาวิธีแจ้งที่ คู่มือการแจ้งที่พัก 90 วัน (ตม.47)
  • ☐ 5. เตรียมเงินสดค่าปรับพร้อมเดินทาง: หากเกิด Overstay ให้เตรียมเงินสดสกุลบาทให้พอดีกับค่าปรับ (วันละ 500 บาท สูงสุด 20,000 บาท) เพื่อชำระ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน เนื่องจากเคาน์เตอร์ ตม. ไม่รับบัตรเครดิต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Overstay เพียง 1 วัน เสียค่าปรับเท่าไหร่และมีผลเสียอย่างไร?

Overstay 1 วัน มีโทษปรับ 500 บาท อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติของบางด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกทางอากาศ หากเดินทางออกในวันถัดไปทันทีและเกินเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่อาจใช้ดุลยพินิจตักเตือน แต่หากมีการปรับ จะได้รับใบเสร็จรับเงินค่าปรับอย่างถูกต้อง และไม่มีโทษแบนห้ามเข้าประเทศ

Overstay แล้วสามารถไปขอต่อวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เช่น ศูนย์แจ้งวัฒนะ) ได้ไหม?

ตามระเบียบปกติ เมื่อเกิด Overstay แล้ว จะไม่สามารถยื่นขอต่ออายุวีซ่าตามขั้นตอนปกติได้ เจ้าหน้าที่จะสั่งปรับและให้ออกหนังสือเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่เป็นกรณีมีเหตุจำเป็นพิเศษ เช่น ป่วยจนเดินทางไม่ได้ หรือมีเหตุจำเป็นที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง

เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี อยู่เกินกำหนด ต้องเสียค่าปรับ Overstay หรือไม่?

ตามระเบียบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าปรับ Overstay และจะไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) อย่างไรก็ตาม ในหนังสือเดินทางจะยังคงมีบันทึกตราประทับว่าอยู่เกินกำหนด จึงควรปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาในการขอวีซ่าในอนาคต

ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศแล้ว สามารถขอยกเลิกหรือล้างมลทินได้หรือไม่?

การขอยกเลิกคำสั่งห้ามเข้าประเทศเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ต้องมีเหตุผลความจำเป็นระดับสูง เช่น เหตุผลด้านมนุษยธรรม ความมั่นคง หรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของรัฐบาลไทย โดยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

BTOOLS IMMIGRATION

ปรึกษาปัญหา Overstay และการต่ออายุวีซ่า

หากคุณหรือพนักงานในองค์กรพบปัญหาเรื่องกำหนดเวลาพำนัก หรือต้องการคำปรึกษาในการแก้ไขสถานการณ์ Overstay อย่างถูกต้องตามระเบียบ สตม. ติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ BTools Immigration ได้ทันที

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลราชการ

ตรวจสอบข้อมูลอ้างอิง: 4 พฤศจิกายน 2569 ข้อมูลกฎหมายและโทษปรับอ้างอิงตามประกาศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและคำสั่งกระทรวงมหาดไทย การพิจารณาโทษขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่

บทความอื่นๆ