ภาพปกบทความเปรียบเทียบ DTV Visa และ Non-B Visa ตามลักษณะงาน

THAILAND VISA COMPARISON • WORK PURPOSE

DTV Visa กับ Non-B ต่างกันอย่างไร? เลือกให้ตรงรูปแบบการทำงาน

กำลังย้ายมาทำงานจากประเทศไทย แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ Destination Thailand Visa (DTV) หรือ Non-Immigrant B (Non-B)? คำถามแรกไม่ใช่ “วีซ่าไหนอยู่ได้นานกว่า” แต่คือ คุณทำงานให้ใคร ทำกิจกรรมอะไร และมีงานหรือลูกค้าในประเทศไทยหรือไม่ คู่มือนี้เปรียบเทียบตามสถานการณ์จริงของผู้ทำงานทางไกล ผู้รับงานอิสระ และผู้มีบริษัทไทยว่าจ้าง โดยแยกวีซ่าออกจากสิทธิทำงานให้ชัดเจน

สรุปสั้น ๆ

การเลือกระหว่าง DTV กับ Non-B ขึ้นอยู่กับนายจ้างและสถานที่รับเงินเป็นหลัก หากทำงานทางไกลให้บริษัทต่างชาติให้เลือก DTV ส่วนการทำงานให้บริษัทในไทยต้องใช้ Non-B ร่วมกับ Work Permit เท่านั้น

  • ☐ DTV (Workcation): เหมาะกับ Digital Nomad/ฟรีแลนซ์รับเงินจากต่างประเทศ พำนักได้ครั้งละ 180 วัน (สูงสุด 5 ปี) แต่ห้ามทำงานให้นายจ้างไทย
  • ☐ Non-B (Employment): สำหรับพนักงานที่เซ็นสัญญาจ้างกับบริษัทในไทย ต้องยื่นขอ Work Permit ตามกฎหมายแรงงานจึงจะเริ่มทำงานได้
  • ☐ Non-B (Business Visit): สำหรับเดินทางเข้ามาประชุม เจรจาธุรกิจระยะสั้น โดยไม่ได้รับค่าจ้างในไทยและไม่ต้องขอ Work Permit

แหล่งข้อมูลทางการ: สถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ — DTV และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส — Non-B

DTV Visa และ Non-B Visa ใช้สำหรับการทำงานลักษณะใด?

คำว่า “ทำงานในประเทศไทย” อาจหมายถึงคนละเรื่อง: บางคนเดินทางมาอาศัยในไทยขณะยังทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตให้บริษัทในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนเริ่มทำงานในกิจการไทย มีหัวหน้างาน ลูกค้า และสถานที่ทำงานอยู่ในไทย แม้ใช้คอมพิวเตอร์เหมือนกัน แต่เส้นทางด้านวีซ่าและการอนุญาตทำงานต่างกัน

DTV Workcation — ทำงานทางไกลหรือรับงานจากต่างประเทศ

Destination Thailand Visa (DTV) มีประเภท Workcation สำหรับ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer ตามหลักเกณฑ์ที่สถานทูตไทยเผยแพร่ ผู้สมัครต้องพิสูจน์ความเป็นผู้ประกอบอาชีพจริงด้วยสัญญาจ้าง/หนังสือรับรองงานทางไกล หรือ Portfolio และหลักฐานอื่นตามสถานทูตผู้รับคำขอ

สถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ระบุชัดว่า DTV เป็นวีซ่าประเภทพิเศษภายใต้กลุ่มวีซ่าเพื่อการเดินทาง ซึ่งไม่ใช่ช่องทางออก Work Permit และไม่อนุญาตให้ทำงานให้บริษัทไทยหรือรับงานฟรีแลนซ์จากลูกค้าไทย ดังนั้นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหรือผู้ว่าจ้างในไทยควรตรวจลักษณะกิจกรรมกับหน่วยงานก่อนเลือก DTV โดยไม่คิดว่าใช้คำว่า Remote ก็เข้าเกณฑ์ทันที

Non-B Employment — การเข้ามาทำงานกับนายจ้างไทย

Non-Immigrant Visa ประเภท B สำหรับ Employment เป็นเส้นทางที่สถานทูตไทยใช้กับผู้จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามเงื่อนไขประเภทงาน โดยอาจต้องใช้หนังสือเชิญ/รับเข้าทำงานจากบริษัทไทยและเอกสารอนุมัติจากหน่วยงานแรงงานหรือ BOI ในกรณีที่กำหนด ผู้ทำงานจริงต้องตรวจสิทธิและขั้นตอน Work Permit แยกจากการได้รับวีซ่า

Non-B Business Visit — เข้ามาติดต่อธุรกิจโดยไม่ใช่การเริ่มงานจ้างในไทย

Non-B ยังมีเส้นทางสำหรับ Business Visit เช่น การประชุม เจรจา หรือติดต่อนัดหมายกับคู่ค้าตามเงื่อนไขของสถานทูต ซึ่งเป็นคนละชุดเอกสารจาก Employment การเดินทางมาติดต่อธุรกิจไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อทำงานประจำหรือเริ่มปฏิบัติงานในบริษัทไทยโดยไม่ตรวจใบอนุญาตทำงาน

ข้อแตกต่างที่ใช้ตัดสินใจเบื้องต้น

ให้เริ่มจากใครเป็นผู้ว่าจ้างและผู้รับประโยชน์ของงาน ไม่ใช่แค่เงินเดือนโอนเข้าบัญชีประเทศไหน การได้รับเงินจากต่างประเทศไม่ได้หมายความว่างานสำหรับบริษัทหรือลูกค้าไทยจะเป็น Workcation ได้โดยอัตโนมัติ และการมีบริษัทแม่ต่างประเทศก็ไม่ได้ทำให้การทำงานในบริษัทลูกไทยกลายเป็น Remote Work จากต่างประเทศ

ตารางเปรียบเทียบ DTV Workcation กับ Non-B Employment และ Business Visit

ตารางนี้เปรียบเทียบ DTV เฉพาะกลุ่ม Workcation กับ Non-B 2 วัตถุประสงค์หลัก เพื่อช่วยเลือกเส้นทางที่ควรตรวจต่อ ไม่ได้หมายความว่า DTV สำหรับกิจกรรม Thai Soft Power หรือผู้ติดตามใช้เงื่อนไขการทำงานเดียวกับ Workcation

ประเด็น DTV Workcation Non-B Employment Non-B Business Visit
งานที่มุ่งรองรับ ทำงานทางไกลให้ต่างประเทศ หรือฟรีแลนซ์ที่รับงานจากต่างประเทศ เข้ามาทำงานกับบริษัทหรือองค์กรไทยตามเงื่อนไข ประชุม เจรจาและกิจกรรมทางธุรกิจที่เข้าเกณฑ์
ฐานเอกสารสำคัญ หลักฐานงานทางไกล/Portfolio และฐานะการเงิน เอกสารนายจ้างไทยและเอกสารแรงงานที่กำหนด หนังสือเชิญธุรกิจ กำหนดการ และหลักฐานบริษัท
ทำงานให้บริษัทไทย ไม่ใช่สิทธิที่ DTV อนุญาต ตรวจวีซ่าควบคู่ Work Permit หรือสิทธิทำงานที่ใช้จริง ไม่ถือว่าอนุญาตให้เริ่มงานจ้างไทยโดยอัตโนมัติ
อายุวีซ่า โดยทั่วไป 5 ปี Multiple Entry ขึ้นกับประเภทการเข้าประเทศและสถานทูต; Employment มักเริ่ม Single Entry Single/Multiple ตามตัวเลือกที่สถานทูตอนุญาตและหลักฐาน
สิทธิอยู่ต่อการเข้าหนึ่งครั้ง สูงสุด 180 วัน/ครั้ง และอาจยื่นขอขยายอีกครั้งตามหลักเกณฑ์ ตม. ตราประทับอนุญาตให้อยู่และการขออยู่ต่อแยกจากอายุวีซ่า เป็นไปตามอนุญาตให้อยู่ ณ ด่านเข้าเมืองและประเภทวีซ่า
การยื่น ตรวจสถานทูตไทยที่รับคำขอในต่างประเทศและ Thai e-Visa ตรวจสถานทูตผู้รับคำขอ เอกสารบริษัทไทย และขั้นตอนแรงงาน ตรวจสถานทูตผู้รับคำขอและเอกสารคู่ค้า/การเดินทาง
ผู้รับผิดชอบเอกสารหลัก ผู้สมัครและนายจ้าง/ลูกค้าต่างประเทศ ผู้สมัครร่วมกับ HR/นายจ้างไทย ผู้สมัครและบริษัทผู้เชิญ/คู่ค้าทางธุรกิจ

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเผยแพร่รายการ Non-B แยก Employment, Business และ Teaching ส่วนสถานทูตไทย ณ สิงคโปร์ระบุชัดว่า Non-B Multiple สำหรับ Business Visit ไม่ใช่ทางเลือกการจ้างงานไทยอย่างไม่มีเงื่อนไข จึงไม่ควรใช้คำว่า “Non-B อยู่ได้เท่าไร” แทนคำตอบเรื่องสิทธิทำงาน

วิธีเลือก DTV หรือ Non-B จาก 5 คำถามเกี่ยวกับงานจริง

ก่อนเทียบค่าธรรมเนียมหรือจำนวนปี ลองตอบคำถามต่อไปนี้ตามลำดับ หากคำตอบยังไม่ชัด ให้หยุดตรวจข้อเท็จจริงกับผู้ว่าจ้าง/คู่ค้าก่อนยื่น เพราะการเลือกประเภทผิดอาจทำให้ต้องแก้เอกสารหรือเปลี่ยนแผนเดินทาง

  1. คุณมีสัญญาจ้างกับนิติบุคคลประเทศไหน? ถ้าเป็นบริษัทในต่างประเทศให้พิจารณาเส้นทาง DTV Workcation แต่ถ้าถูกจ้างจากนิติบุคคลไทยให้เริ่มตรวจ Non-B Employment และ Work Permit
  2. งานที่ทำให้ประโยชน์แก่กิจการหรือลูกค้าในประเทศไหน? ถ้ามีลูกค้าไทย/บริษัทลูกในไทย/การปฏิบัติงานที่โรงงานไทยจริง ต้องตรวจข้อจำกัดของ DTV เพิ่ม ไม่ใช้สถานที่โอนค่าจ้างเป็นตัวชี้ขาดอย่างเดียว
  3. งานเป็นการปฏิบัติงานประจำ หรือเพียงมาเข้าประชุมระยะสั้น? การจ้างงานกับไทยมักต้องตรวจ Employment; การประชุมเจรจาในไทยอาจเข้า Business Visit ทั้งนี้ประเภทกิจกรรมที่ได้รับยกเว้นการขอ Work Permit ต้องตรวจแยกตามกฎหมาย
  4. มีหลักฐานความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างและกิจกรรมจริงหรือไม่? DTV ต้องใช้หลักฐานทำงานจากระยะไกล/Portfolio; Non-B Employment ต้องมีเอกสารรับเข้าทำงานและสิทธิแรงงานตามกรณี
  5. คุณมีสิทธิพำนักอะไรอยู่ในไทยแล้ว? หากอยู่ในไทยด้วย DTV หรือตราประทับอื่น ไม่ควรถือว่าสามารถเปลี่ยนเป็น Non-B ภายในไทยได้ทันทีโดยไม่ตรวจเกณฑ์เปลี่ยนสถานะกับ ตม.

ผลลัพธ์แบบอ่านเร็ว

งานต่างประเทศจากไทย → ตรวจ DTV Workcation | นายจ้างไทย/งานจริงในกิจการไทย → ตรวจ Non-B Employment + Work Permit | เข้ามาประชุม/เจรจาชั่วคราว → ตรวจ Non-B Business Visit หรือช่องทางเข้าประเทศอื่นที่กิจกรรมเข้าเกณฑ์ | ทำงานหลายประเทศและหลายผู้ว่าจ้าง → ขอคำวินิจฉัย/ตรวจหน่วยงานก่อนยื่น

ตัวอย่างสถานการณ์: งานแบบไหนควรตรวจ DTV และงานแบบไหนควรตรวจ Non-B?

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีคัดกรอง ไม่ใช่กรณีลูกค้าจริงหรือคำรับรองผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการ

กรณี A — พนักงานบริษัทสิงคโปร์ทำงานทางไกลจากเชียงใหม่

ผู้สมัครมีสัญญาจ้างกับบริษัทสิงคโปร์ ได้รับอนุญาตให้ทำงานจากระยะไกล มีหน้าที่และลูกค้าอยู่ต่างประเทศ และไม่ได้เข้ามาทำงานให้กิจการไทย DTV Workcation อาจเป็นเส้นทางที่ควรตรวจ โดยต้องแสดงสัญญาจ้าง/หนังสือยืนยันการทำงานทางไกลและเงินฝากตามเกณฑ์สถานทูตที่รับคำขอ

กรณี B — บริษัทไทยรับผู้สมัครเข้าทำงานฝ่ายการตลาดในกรุงเทพฯ

แม้ผู้สมัครจะใช้คอมพิวเตอร์และทำงานกับลูกค้าต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของตำแหน่ง แต่บริษัทผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลไทย จึงควรเริ่มตรวจNon-B Employment + Work Permit หรือเส้นทางที่กฎหมายรองรับ ไม่ใช้ DTV Workcation เพื่อหลีกเลี่ยงเอกสารจากนายจ้างไทย

กรณี C — ผู้บริหารต่างประเทศบินเข้ามาประชุมกับคู่ค้าไทยสามวัน

กิจกรรมคือประชุม เจรจา หรือตรวจความคืบหน้าความร่วมมือทางธุรกิจโดยไม่ได้เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทไทย Non-B Business Visit อาจตรงวัตถุประสงค์ แต่ต้องตรวจรายละเอียดการประชุม สัญชาติและหลักเกณฑ์การเข้าเมือง/การทำงานที่เกี่ยวข้อง ไม่อนุมานว่า Non-B Employment จำเป็นกับทุกการประชุม

กรณี D — ฟรีแลนซ์ต่างประเทศรับงานออกแบบให้บริษัทไทย

การส่งงานจากแล็ปท็อปในไทยไม่ได้ทำให้สัญญากับลูกค้าไทยกลายเป็นงานต่างประเทศ สถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ระบุว่า DTV ไม่รองรับการรับงานฟรีแลนซ์ให้ลูกค้าไทย กรณีนี้ต้องตรวจประเภทกิจกรรมและสิทธิทำงานที่เหมาะสมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก่อนยื่นหรือเริ่มปฏิบัติงาน

กรณี E — พนักงานบริษัทแม่ต่างประเทศมาประจำบริษัทลูกในไทย

แม้สัญญาจ้างหรือเงินเดือนบางส่วนมาจากต่างประเทศ หากกิจกรรมหลักคือทำงานประจำในกิจการไทย รับคำสั่งจากผู้บริหารไทย หรือมีบทบาทปฏิบัติงานกับลูกค้าในไทย ให้ตรวจว่าเป็นการทำงานในประเทศไทยตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวหรือไม่ อาจต้องใช้ Non-B/สิทธิ BOI หรือการอนุญาตทำงานอื่น ไม่ถือว่าเป็น DTV โดยอัตโนมัติ

กรณี F — ผู้สมัครต้องการมาเรียนมวยไทยระยะยาว แต่ไม่ได้ทำงาน Remote

DTV อาจมีอีกหมวดสำหรับกิจกรรม Thai Soft Power ซึ่งสถานทูตระบุเอกสารกิจกรรมต่างจาก Workcation แต่กรณีนี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบเส้นทางงาน DTV กับ Non-B ที่เป็นหัวข้อหลักของบทความ จึงควรตรวจข้อกำหนด DTV ตามกิจกรรมจริงแทนการใช้เอกสาร Workcation

DTV มีสิทธิทำงานในไทยไหม และ Non-B ต้องมี Work Permit หรือไม่?

DTV ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานให้บริษัทไทย

คำอธิบายอย่างเป็นทางการของสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์กำหนดข้อห้ามผู้ถือ DTV ในการทำงานให้บริษัทไทยหรือรับงานฟรีแลนซ์จากลูกค้าไทย และระบุว่าไม่สามารถใช้ DTV ขอใบอนุญาตทำงานไทยได้ตามเส้นทางปกติ ข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจคืองานที่ทำอยู่ในขอบเขต Workcation ตามวัตถุประสงค์ที่อนุมัติหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาแค่มีวีซ่าอยู่แล้ว

Non-B Employment ไม่ใช่ Work Permit

วีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงานตอบคนละคำถาม: วีซ่าคือฐานการเดินทางเข้าหรือพำนักตามประเภทที่อนุญาต ส่วน Work Permit หรือสิทธิทำงานตามกฎหมายเป็นเรื่องว่าใครทำกิจกรรมงานใดกับนายจ้าง/สถานที่ตามเงื่อนไขใด ดังนั้นแม้ได้รับ Non-B แล้ว ผู้สมัครและนายจ้างยังต้องจัดการขั้นตอนขออนุญาตทำงานให้ครบถ้วนก่อนเริ่มงานที่ต้องได้รับอนุญาต

อ่านรายละเอียด Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร และ บริการ Work Permit หากต้องเตรียมเอกสารทำงานให้บริษัทไทย

Business Visit ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ทำงานทุกประเภท

คนต่างชาติที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจอาจทำกิจกรรมการประชุมหรือเจรจาบางประเภทตามเกณฑ์ แต่การติดตั้งเครื่องจักร ทำงานในสายการผลิต บริหารพนักงานหรือให้บริการแก่ลูกค้าในไทยอาจมีประเด็นด้านการอนุญาตทำงาน ต้องตรวจลักษณะงานจริงกับกรมการจัดหางานหรือผู้รับผิดชอบ ไม่สรุปว่าทุกคนที่มีวีซ่า Non-B ทำงานได้ทุกกิจกรรม

หากธุรกิจมีโครงสร้างซับซ้อน

ผู้สมัครที่เป็นเจ้าของกิจการไทยและมีบริษัทต่างประเทศร่วมด้วย ผู้รับสัญญาหลายประเทศ หรือผู้ที่ต้องเดินทางเข้าไทยเพื่อทำงานให้หลายกิจการ ควรตรวจขอบเขตสิทธิทางกฎหมายก่อนยื่น เพราะการเลือกจากชื่อวีซ่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงของงาน

DTV อยู่ได้ 5 ปีจริงไหม และ Non-B อยู่ได้กี่วันต่อครั้ง?

อายุวีซ่า (Visa Validity) ไม่ใช่ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ (Duration of Stay) ผู้สมัครจึงไม่ควรใช้ตัวเลขปีบนหน้าวีซ่ามากำหนดวันที่สามารถอยู่ไทยได้จริง

DTV: อายุวีซ่า 5 ปี แต่เข้าไทยแต่ละครั้งอยู่ได้สูงสุด 180 วัน

สถานทูตไทยเผยแพร่กรอบ DTV ว่าเป็นวีซ่าประเภท Multiple Entry มีอายุ 5 ปี และอนุญาตให้อยู่สูงสุด 180 วันต่อการเข้าหนึ่งครั้ง โดยอาจยื่นขอขยายระยะพำนักอีกไม่เกิน 180 วันหนึ่งครั้งตามหลักเกณฑ์และดุลพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การขยายไม่ใช่สิทธิอนุมัติอัตโนมัติและไม่ใช่ว่าสามารถอยู่ต่อเนื่อง 5 ปีโดยไม่ทำอะไร

Non-B: ระยะบนวีซ่าและสิทธิอยู่ต่อขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ

สำหรับ Non-B Employment ผู้สมัครที่ได้รับ Single Entry อาจมีช่วงอายุวีซ่าสำหรับใช้เดินทางเข้าและได้รับอนุญาตให้อยู่ช่วงแรกตามตราประทับ ซึ่งไม่เท่ากับการได้รับสิทธิทำงานตลอดหนึ่งปีโดยอัตโนมัติ การขออยู่ต่อฐานการจ้างงานต้องยื่นเรื่องแยกต่างหากกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมเอกสารจากนายจ้างตามข้อกำหนด

สำหรับ Non-B Business Visit บางสถานทูตมีทางเลือก Single หรือ Multiple Entry โดยผู้สมัครต้องเข้าเกณฑ์การเดินทางธุรกิจตามสถานทูตจริง เช่น สถานทูตไทย ณ สิงคโปร์ระบุว่า Multiple สำหรับการเข้ามาเยี่ยมธุรกิจระยะสั้น ไม่ใช่ใช้แทนวีซ่าการจ้างงานไทย

อ่าน Visa Validity กับ Duration of Stay และหากถือ Non-B ที่ทำงานในไทยอยู่แล้วให้ดู การขออยู่ต่อ Non-B สำหรับพนักงานต่างชาติ ก่อนครบกำหนด

เอกสาร DTV Workcation และ Non-B ต่างกันอย่างไร?

ข้อมูลราชการของสถานทูตและสถานกงสุลไทยระบุรายการเอกสารไม่เหมือนกันตามประเภทกิจกรรมและเขตอำนาจของสถานทูต ตารางนี้จึงเป็นรายการคัดกรองก่อนเตรียมแฟ้ม ไม่ใช่ Checklist ที่รับประกันว่าใช้เหมือนกันทุกประเทศ

เอกสาร/ข้อมูล DTV Workcation Non-B Employment
หนังสือเดินทาง/รูปถ่าย/ที่อยู่ปัจจุบัน ใช้ตามเกณฑ์สถานทูตและระบบ e-Visa ใช้ตามเกณฑ์สถานทูตและระบบ e-Visa
ความสัมพันธ์กับงาน สัญญาจ้างต่างประเทศ หนังสือรับรอง Remote Work หรือ Portfolio ของฟรีแลนซ์ หนังสือเชิญ/รับเข้าทำงานจากนายจ้างไทย ตำแหน่ง ระยะเวลา และข้อมูลบริษัท
ฐานะการเงิน แนวทางกลางของ MFA ระบุหลักฐานไม่ต่ำกว่า500,000 บาท เช่น statement ตามช่วงที่สถานทูตกำหนด รายการเงินและหลักฐานอาจต่างตามสถานทูตและประเภทการยื่น ไม่ใช้เกณฑ์ DTV อัตโนมัติ
เอกสารบริษัทไทย ไม่ใช่ฐานหลักของ Workcation และการทำงานให้บริษัทไทยไม่อยู่ในสิทธิ DTV ทะเบียนบริษัท หนังสือเชิญ/จ้าง และเอกสารด้านแรงงาน เช่นหนังสืออนุมัติที่สถานทูตระบุ
หลักฐานอนุญาตทำงาน ไม่ใช่เส้นทางขอ Work Permit ไทยสำหรับผู้ถือ DTV ตรวจ WP32/WP3 หรือเอกสารอนุมัติอื่นตามข้อกำหนดสถานทูตและกรณี
ความถูกต้องของเอกสาร หลักฐานงานและการเงินต้องสัมพันธ์กับการทำงานทางไกลจริง ชื่อผู้ว่าจ้าง สัญญาจ้าง รายละเอียดงานและหลักฐานบริษัทต้องสอดคล้องกัน

DTV ต้องมีเงิน 500,000 บาททุกสถานทูตในรูปแบบเดียวกันไหม?

แนวทางกลางของ MFA ระบุหลักฐานเงินจำนวนไม่ต่ำกว่า 500,000 บาทสำหรับ DTV แต่รายละเอียดวิธีคำนวณและเอกสารประกอบอาจแตกต่าง เช่น สถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันกำหนด statement หลายเดือนและรายละเอียดเพิ่มเติมตามพื้นที่ ขณะที่สถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์มีข้อกำหนดหลักฐานงานและบัญชีตามรูปแบบของตน ไม่ควรนำรายการเอกสารจากสถานทูตหนึ่งไปใช้กับอีกสถานทูตโดยไม่ตรวจ

Non-B Employment ต้องใช้ WP32 ทุกคนหรือไม่?

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเผยแพร่รายการ Employment ที่อาจใช้เอกสารอนุมัติจากกระทรวงแรงงาน หรือหลักฐานอื่นตามข้อยกเว้นบางกรณี ส่วนสถานทูตไทย ณ สิงคโปร์เผยแพร่เอกสารอนุมัติที่เรียกว่า WP3 และหลักฐานนายจ้างไทย ตลอดจนเอกสารทดแทนในกรณีที่เข้าเกณฑ์ จึงต้องตรวจเส้นทางอนุญาตงานตามนายจ้างและสถานทูตผู้รับคำขอจริง

สำหรับวิธีสมัคร Non-B จากต่างประเทศแบบละเอียดให้ดู คู่มือยื่น Non-B ผ่าน Thai e-Visa ไม่ต้องใช้ขั้นตอนยื่นนั้นมาแทนการตัดสินใจว่า DTV หรือ Non-B เหมาะกับงานใด

ถ้าเลือกประเภทวีซ่าได้แล้ว ต้องยื่นที่ไหนและให้ใครเตรียมเอกสาร?

การตัดสินใจเลือกเส้นทางที่เหมาะสมควรเกิดก่อนกรอกคำขอบนระบบ Thai e-Visa โดยสถานทูตที่มีเขตอำนาจรับคำขออาจขึ้นกับประเทศที่ผู้สมัครพำนักจริง ไม่ใช่เลือกได้ทุกแห่งตามสะดวก

หากเลือก DTV Workcation

  1. ยืนยันว่าเป็นงานทางไกลให้บริษัทหรือลูกค้าต่างประเทศ ไม่ใช่กิจกรรมทำงานให้ธุรกิจไทย
  2. ตรวจสถานทูต/สถานกงสุลไทยที่รับคำขอในประเทศที่พำนักและเงื่อนไขการอยู่ในเขตอำนาจระหว่างรอผล
  3. เตรียมสัญญาจ้างหรือจดหมายจากนายจ้างที่ระบุว่าอนุญาต Remote Work และหลักฐานรายได้/เงินฝาก; ฟรีแลนซ์ใช้ Portfolio และเอกสารยืนยันงานตามกำหนด
  4. ยื่นผ่าน Thai e-Visa และติดตามคำขอเอกสารเพิ่มเติมก่อนวางแผนเดินทาง

หากเลือก Non-B Employment

  1. ให้ HR หรือบริษัทไทยยืนยันตำแหน่ง ลักษณะการจ้างงาน ผู้ว่าจ้างที่แท้จริง และหน่วยงานที่รับผิดชอบ Work Permit
  2. ตรวจสถานทูตผู้รับคำขอและรายการเอกสาร Employment เช่น หนังสือจ้าง เอกสารบริษัท และหนังสืออนุมัติแรงงานตามกรณี
  3. ประสานคำขอวีซ่ากับขั้นตอนขออนุญาตทำงานและแผนเดินทางเข้าไทย ไม่คิดว่าได้รับวีซ่าแล้วจบกระบวนการทั้งหมด
  4. หลังเข้าประเทศ ให้ตรวจขั้นตอนยื่นขอ Work Permit และสิทธิอยู่ต่อในไทยตามตำแหน่ง/กิจการจริง

หากมา Business Visit

ให้บริษัทต้นทางและคู่ค้าไทยเตรียมจดหมายเชิญ จุดประสงค์ กำหนดการ และเอกสารธุรกิจตามสถานทูต อย่ากรอก Employment หากไม่ได้เข้ามาเป็นลูกจ้าง แต่ก็ไม่ควรใช้คำว่า “เข้ามาประชุม” ปิดบังการปฏิบัติงานจริงที่มีเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน

ข้อควรทราบเรื่องสถานที่ยื่น

สถานทูตบางแห่งกำหนดให้ผู้สมัครอยู่ในประเทศที่สถานทูตรับผิดชอบระหว่างขั้นตอนยื่น e-Visa ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยแล้วและต้องการเปลี่ยนสถานะ ไม่ควรสันนิษฐานว่าส่งคำขอ DTV หรือ Non-B ผ่านสถานทูตใดก็ได้จากภายในไทย

ถือ DTV อยู่แล้วได้รับข้อเสนองานจากบริษัทไทย ต้องทำอย่างไร?

หากอยู่ในไทยด้วย DTV Workcation แล้วได้รับข้อเสนอให้ทำงานประจำหรือทำงานให้ลูกค้าไทย ให้เริ่มจากหยุดประเมินความเหมาะสมของฐานวีซ่าก่อนเริ่มงานใหม่ ไม่ใช้ DTV เดิมเป็นหลักฐานว่าทำงานในกิจการไทยได้ และไม่ถือว่าเพียงจดทะเบียนบริษัทหรือเปลี่ยนผู้จ่ายเงินก็แก้ข้อจำกัดด้านสิทธิทำงานแล้ว

  1. อธิบายงานใหม่ให้ชัด: ใครเป็นนายจ้าง/ลูกค้า งานเกิดขึ้นที่ใด เงินค่าจ้างและการบริหารงานอยู่ภายใต้กิจการใด
  2. ให้บริษัทไทยตรวจช่องทางแรงงาน: ประสานขั้นตอน Non-B Employment และ Work Permit หรือสิทธิทำงานอื่นถ้ามี
  3. ตรวจช่องทางขอวีซ่าที่ถูกต้อง: การเปลี่ยน DTV เป็น Non-B ภายในไทยไม่ใช่สิทธิรับรองอัตโนมัติ ต้องสอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานแรงงานว่ากรณีนั้นเปลี่ยนสถานะในไทยได้หรือจำเป็นต้องยื่นคำขอผ่านสถานทูตในต่างประเทศ
  4. อย่าเริ่มงานก่อนมีสิทธิที่กฎหมายกำหนด: ตรวจหนังสืออนุญาตหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานจริงก่อนเริ่มปฏิบัติงานที่ต้องขออนุญาต
  5. รักษาสถานะพำนักเดิม: ตรวจวันที่อนุญาตให้อยู่และผลของการเดินทางออกจากประเทศ ระหว่างเตรียมเอกสาร อย่าถือว่าได้งานใหม่แล้วมีสิทธิอยู่ต่อเพิ่มขึ้น

ผู้ที่เข้าข่ายเปลี่ยนสถานะได้ตามหลักเกณฑ์บางรูปแบบควรอ่าน คู่มือเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-B ภายในประเทศไทย เพื่อเข้าใจขั้นตอน ตม.86/87 แต่บทความนั้นไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถือ DTV ทุกคนสามารถเปลี่ยนประเภทภายในไทยได้ ต้องตรวจข้อกำหนดรายกรณีกับหน่วยงานรับคำขอ

7 ข้อผิดพลาดที่มักเกิดเมื่อเลือก DTV หรือ Non-B

1. เลือก DTV เพราะอยู่ได้หลายปี แม้งานจริงเป็นของบริษัทไทย

DTV มีอายุวีซ่า 5 ปี แต่ไม่ได้ให้สิทธิทำงานให้บริษัทไทยหรือรับลูกค้าไทย จึงต้องเลือกจากวัตถุประสงค์และกิจกรรมจริง ไม่ใช่เพราะอายุวีซ่าดูนานกว่า

2. คิดว่า Remote Work ใช้ได้กับทุกนายจ้าง

คำว่า Remote เป็นลักษณะการทำงาน ไม่ใช่ตัวแทนการอนุญาตตามกฎหมาย ผู้ที่ถูกจ้างจากไทยแต่ทำงานจากคอนโด ยังต้องตรวจสิทธิทำงานไทยตามข้อเท็จจริง

3. คิดว่าเงินโอนจากต่างประเทศแปลว่างานไม่มีความเกี่ยวข้องกับไทย

ถ้าผู้รับประโยชน์ตามสัญญาเป็นบริษัทไทยหรือกิจกรรมเกี่ยวข้องกับตลาดไทย ต้องตรวจข้อห้ามของ DTV และกฎหมายทำงาน ไม่ใช้ประเทศที่โอนเงินเพียงอย่างเดียว

4. คิดว่า Non-B ทุกประเภทใช้ทำงานประจำได้

Non-B Business Visit กับ Employment ใช้หลักฐานและวัตถุประสงค์ต่างกัน อีกทั้ง Work Permit เป็นอีกขั้นที่ต้องจัดการ ไม่ใช่ได้รับเมื่อมี Non-B เสมอไป

5. เข้าใจว่า DTV มีอายุ 5 ปี เท่ากับอยู่ในไทยได้ 5 ปีติดกัน

การเข้าไทยหนึ่งครั้งมีระยะอนุญาตให้อยู่แยกจากอายุวีซ่า ให้ตรวจตราประทับและเงื่อนไขขอขยาย ไม่วางแผนอยู่ต่อโดยดูเลข 5 ปีอย่างเดียว

6. ใช้เอกสารของสถานทูตคนละประเทศ

รายการพิสูจน์เงินฝาก DTV และหลักฐานอนุมัติงาน Non-B แตกต่างตามสถานทูต การเตรียมชุดเอกสารจากเว็บที่ไม่ใช่เขตอำนาจของตนอาจทำให้ขาดเอกสารสำคัญ

7. เปลี่ยนผู้ว่าจ้างหรือเริ่มรับลูกค้าไทยหลังได้รับ DTV โดยไม่ตรวจสถานะ

เมื่อข้อเท็จจริงงานเปลี่ยน สถานะวีซ่าที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนด้วย ควรขอคำแนะนำอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มงานที่ไม่อยู่ในวัตถุประสงค์ Workcation

Checklist: ก่อนเลือก DTV Visa หรือ Non-B ตรวจอะไรให้ครบ?

  • ☐ เขียนชื่อผู้ว่าจ้างหรือคู่สัญญาที่แท้จริงและประเทศจดทะเบียนให้ชัด
  • ☐ ตรวจว่างานมีลูกค้าไทย กิจการไทย หรือการเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการไทยหรือไม่
  • ☐ แยกการทำงานประจำ การรับงานฟรีแลนซ์ การประชุมธุรกิจ และกิจกรรม Thai Soft Power ออกจากกัน
  • ☐ หากเป็น DTV Workcation มีสัญญาจ้างต่างประเทศ หนังสือยืนยัน Remote Work หรือ Portfolio ที่สัมพันธ์กับกิจกรรมจริง
  • ☐ หากเป็น Non-B Employment นายจ้างไทยยืนยันตำแหน่ง ชุดเอกสารบริษัท และช่องทาง Work Permit ได้
  • ☐ หากเป็น Business Visit กิจกรรมตามกำหนดการเป็นการติดต่อธุรกิจจริง ไม่ใช่ปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างในไทย
  • ☐ ตรวจข้อกำหนดสถานทูต/สถานกงสุลตามประเทศที่พำนักจริงและเอกสารยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน
  • ☐ ยืนยันหลักฐานการเงินตามประเภทและสถานทูต ไม่ใช้ตัวเลขของ DTV แทน Non-B
  • ☐ ดูอายุวีซ่าและระยะอนุญาตให้อยู่เป็นคนละช่วง ไม่วางแผนด้วยเลขปีเดียว
  • ☐ หากมีวีซ่าอื่นอยู่แล้ว ตรวจว่าขอเปลี่ยนสถานะในไทยได้จริงหรือจำเป็นต้องยื่นจากต่างประเทศ
  • ☐ ก่อนเริ่มงานในไทย ตรวจว่าได้รับสิทธิทำงานตามกฎหมายแล้วหรือไม่
  • ☐ เตรียมแผนระยะยาวในเรื่องการอยู่ต่อและการเดินทางเข้าออกโดยอาศัยเอกสารล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Checklist เป็นเครื่องมือช่วยคัดกรอง ไม่ใช่ผลอนุมัติวีซ่า การมีเอกสารตรงตามรายการเบื้องต้นไม่ได้รับประกันว่าคำขอจะผ่านหรือว่าได้รับสิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DTV Visa กับ Non-B

ทำงานออนไลน์ให้บริษัทต่างประเทศจากประเทศไทย ควรขอ DTV หรือ Non-B?

ถ้างานและผู้ว่าจ้างอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ทำงานให้บริษัทหรือลูกค้าไทย DTV Workcation อาจตรงกว่า แต่ต้องตรวจเอกสารทำงานทางไกลและข้อกำหนดของสถานทูตที่รับคำขอ ไม่ใช่ทุกงานออนไลน์เข้าเกณฑ์อัตโนมัติ

มี DTV แล้วทำงานให้บริษัทไทยได้หรือไม่?

สถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ระบุว่า DTV ไม่ใช่ช่องทางทำงานให้บริษัทในไทยหรือรับงานฟรีแลนซ์จากลูกค้าไทย ผู้จะเริ่มงานเช่นนั้นควรตรวจเส้นทางวีซ่าและสิทธิทำงานอื่นก่อน

Non-B Visa เท่ากับใบอนุญาตทำงานไหม?

ไม่เท่ากัน Non-B เป็นประเภทวีซ่า ส่วน Work Permit หรือสิทธิทำงานจากฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอีกเรื่องที่ต้องตรวจตามลักษณะงานและสถานะนายจ้าง

ทำงานให้บริษัทต่างชาติแต่ถูกส่งมาประจำสาขาไทย ใช้ DTV ได้หรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าได้เพียงเพราะบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ หากมีการทำงานจริงในกิจการไทยหรืองานให้ลูกค้าไทยต้องตรวจสถานะการจ้างและกฎหมายการทำงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดย DTV ไม่อนุญาตงานให้บริษัทไทย

DTV มีอายุ 5 ปี หมายความว่าอยู่ไทยได้ 5 ปีต่อเนื่องหรือไม่?

ไม่ใช่ วีซ่า DTV มีอายุ 5 ปีแต่การอนุญาตให้อยู่สูงสุด 180 วันต่อการเข้าครั้งหนึ่ง และอาจขอขยายตามเกณฑ์ ตม. แยกต่างหาก

Non-B สำหรับประชุมธุรกิจกับ Non-B สำหรับทำงาน ต่างกันหรือไม่?

ต่างกันด้านวัตถุประสงค์และเอกสาร Business Visit สำหรับกิจกรรมธุรกิจตามเกณฑ์ ไม่ใช่ใบอนุญาตเริ่มงานจ้างไทย ส่วน Employment ต้องเตรียมเอกสารนายจ้างและตรวจสิทธิทำงานตามกฎหมาย

DTV ใช้หลักฐานเงินฝาก 500,000 บาททุกกรณีไหม?

แนวทางกลางของกระทรวงการต่างประเทศระบุหลักฐานฐานะการเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท แต่รูปแบบ statement ระยะเวลาที่ต้องแสดง และเอกสารสนับสนุนเพิ่มเติมขึ้นกับสถานทูตและประเภทผู้สมัคร ต้องตรวจข้อกำหนด ณ วันยื่น

อยู่ในไทยด้วย DTV แล้วเปลี่ยนเป็น Non-B ภายในไทยได้เลยไหม?

ไม่ควรถือว่าได้ทันที การเปลี่ยนประเภทวีซ่ามีกฎและข้อยกเว้นตามสถานะที่ถือ ผู้สมัครควรตรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตที่รับคำขอจริงก่อนเริ่มงานหรือเปลี่ยนสถานะ

ถ้ามาเรียนมวยไทยด้วย DTV ต้องมีงาน Remote Work ไหม?

DTV ยังมีเส้นทาง Thai Soft Power Activities ที่ใช้หลักฐานกิจกรรมตามที่สถานทูตกำหนด แยกจาก Workcation ที่ต้องแสดงหลักฐานงานทางไกล บทความนี้เปรียบเทียบเฉพาะการเลือกวีซ่าตามรูปแบบการทำงาน

ต้องยื่น DTV และ Non-B ผ่านสถานทูตประเทศไหน?

ต้องตรวจสถานทูตหรือสถานกงสุลที่มีเขตอำนาจตามสถานที่พำนักจริงของผู้สมัครและข้อกำหนด Thai e-Visa ณ วันยื่น ไม่สามารถเลือกสถานทูตใดก็ได้หากอยู่นอกพื้นที่รับคำขอ

BTOOLS IMMIGRATION

ไม่แน่ใจว่างานของคุณควรใช้ DTV หรือ Non-B?

หากผู้สมัครมีนายจ้างต่างประเทศ มีบริษัทไทยว่าจ้าง หรือกำลังเปลี่ยนจากงาน Remote ไปทำงานในไทย สามารถติดต่อ BTools Immigration เพื่อสอบถามขอบเขตการช่วยคัดกรองเอกสารและประสานขั้นตอนตามข้อเท็จจริง การออกวีซ่า การอนุญาตพำนัก และสิทธิทำงานอยู่ภายใต้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถรับประกันการอนุมัติได้

ติดต่อ BTools Immigration

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้อ้างอิง

ตรวจข้อมูลแหล่งทางการเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เพื่อจัดทำร่างนี้ โดยแนวทาง Workcation/Non-B บางรายละเอียดแตกต่างตามประเทศที่ยื่น สถานะนายจ้างและลักษณะงานจริง ข้อจำกัดงาน DTV อ้างคำแนะนำสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ซึ่งปรับปรุงปี 2026 อย่าถือว่าเอกสารทุกสถานทูตเหมือนกัน ระยะพำนักและสิทธิทำงานต้องยึดเอกสารอนุญาตและกฎหมายที่ใช้จริง ข้อความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่คำรับรองผลหรือคำปรึกษากฎหมายรายบุคคล

บทความอื่นๆ