WORK PERMIT & EMPLOYMENT TERMINATION
ยกเลิก Work Permit เมื่อพนักงานต่างชาติลาออก ต้องทำอย่างไร? วิธีแจ้งออกและตรวจสิทธิพำนัก
เมื่อลูกจ้างต่างชาติลาออกหรือสิ้นสุดการจ้าง นายจ้างต้องตรวจหน้าที่แจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางาน และควรประสานเรื่องใบอนุญาตทำงานกับสถานะการพำนักของพนักงานแยกกัน บทความนี้อธิบายแบบ บต.53 ช่องทาง e-WorkPermit เอกสาร และจุดที่มักสับสนสำหรับผู้ดูแลเรื่องนี้
สรุปสั้น ๆ
หากพนักงานต่างชาติลาออก นายจ้างควรเริ่มจากยืนยันวันสิ้นสุดการจ้างและแจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน โดยกรมการจัดหางานมีบริการแจ้งออกผ่าน e-WorkPermit (แบบ บต.53) สำหรับกรณีที่เข้าเกณฑ์ โดยหน้าที่แจ้งตามมาตรา 13 มีกรอบเวลาทั่วไป 15 วันนับแต่วันที่ออกจากงาน แต่บางกรณี เช่น การนำเข้าแรงงานตามเงื่อนไขเฉพาะ อาจมีหน้าที่และกำหนดเวลาอื่นเพิ่มเติม
การแจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางาน ไม่ใช่หลักฐานว่าจัดการสิทธิพำนักเสร็จแล้ว หากพนักงานได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเพราะทำงานกับนายจ้างรายนั้น ต้องตรวจเรื่องการแจ้งพ้นหน้าที่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่รอให้ครบกำหนดแจ้งออกของกรมการจัดหางาน
อ้างอิง: กรมการจัดหางาน — e-WorkPermit และ เว็บไซต์รัฐบาลไทย — การพ้นหน้าที่และสิทธิพำนัก
แจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน ยกเลิก Work Permit และแจ้งพ้นหน้าที่ ต่างกันอย่างไร?
คำว่า “ยกเลิก Work Permit” มักถูกใช้รวมหลายงานไว้ด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติควรแยกว่า กำลังแจ้งข้อมูลการจ้างงานกับกรมการจัดหางาน จัดการสถานะของใบอนุญาตทำงาน หรือ จัดการเหตุแห่งการอนุญาตให้อยู่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพราะใช้ข้อมูล หน่วยงาน และผลทางกฎหมายคนละส่วน
| เรื่อง | ใช้ทำอะไร | ข้อควรจำ |
|---|---|---|
| แจ้งคนต่างด้าวออกจากงาน (บต.53) | นายจ้างแจ้งว่าสิ้นสุดการจ้างกับกรมการจัดหางาน พร้อมวันและเหตุที่ออกจากงาน | เป็นงานแจ้งข้อมูลการจ้างตามแบบและบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การอนุมัติให้พำนักต่อ |
| สถานะใบอนุญาตทำงาน | ตรวจว่าใบอนุญาตเดิมยังใช้ได้ในเงื่อนไขใด และมีขั้นตอนยกเลิก คืนเอกสาร หรือเปลี่ยนรายการเพิ่มเติมหรือไม่ | การเปลี่ยนนายจ้างหรือฐานสิทธิอาจใช้แนวทางเฉพาะ ไม่ควรถือว่าใบอนุญาตเดิมใช้กับนายจ้างใหม่ได้ทันที |
| แจ้งพ้นหน้าที่ / สิทธิพำนัก | ตรวจผลของการสิ้นสุดงานต่อการอนุญาตให้อยู่ต่อที่อาศัยเหตุการทำงาน | ต้องประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามสถานะจริงของแต่ละราย โดยเฉพาะหากมีผู้ติดตาม |
หากยังสับสนว่าใบอนุญาตทำงานและวีซ่าต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มเติมที่ Work Permit กับ Non-B Visa ต่างกันอย่างไร
พนักงานต่างชาติลาออก นายจ้างต้องแจ้งออกภายในกี่วัน?
สำหรับหน้าที่แจ้งออกจากงานตาม มาตรา 13 กรมการจัดหางานระบุกรอบเวลาทั่วไปว่า นายจ้างต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน พร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน การลาออก การเลิกจ้าง และการสิ้นสุดสัญญาจึงไม่ควรถูกปล่อยผ่านโดยไม่มีผู้รับผิดชอบด้านการแจ้ง
อย่างไรก็ดี อย่าใช้ 15 วันเป็นคำตอบสำหรับทุกระบบและทุกสถานะ หากเป็นแรงงานที่นำเข้าตาม MOU หรืออยู่ภายใต้บทบัญญัติเฉพาะ อาจมีหน้าที่แจ้งต่อผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานและนายทะเบียนภายในกรอบเวลาที่ต่างออกไป เช่น กรณีตามมาตรา 50 ซึ่งกำหนด 7 วัน ควรตรวจประเภทการอนุญาตก่อนกำหนดวันครบกำหนดในระบบของบริษัท
แหล่งกฎหมาย: พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 และ คำชี้แจงกรมการจัดหางานเรื่องการแจ้งเข้า–ออก ทั้งนี้ ต้องตรวจประกาศและเงื่อนไขเฉพาะที่มีผล ณ วันดำเนินการ
ก่อนวันพนักงานลาออก ควรตรวจข้อมูลอะไรบ้าง?
เป้าหมายคือให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเห็นข้อมูลตรงกันก่อนยื่นคำแจ้ง ไม่ใช่เพียงรับใบลาออกแล้วถือว่าเรื่อง Immigration เสร็จสิ้น
- ยืนยันวันพ้นงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันทำงานวันสุดท้ายและเหตุออกจากงานให้ตรงกับหนังสือของบริษัทและข้อมูลที่จะกรอกในแบบแจ้ง
- ตรวจเอกสารการทำงานเดิม เตรียมชื่อ–สกุล สัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง เลขใบอนุญาตทำงาน และข้อมูลนายจ้างให้ตรงกัน
- ระบุประเภทการอนุญาตทำงาน แยกว่าเป็นพนักงาน Non-B ทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI หรือแรงงานภายใต้ MOU เพื่อไม่ใช้แบบและขั้นตอนผิดกรณี
- ตรวจสถานะการพำนัก ดูหลักฐานอนุญาตให้อยู่ล่าสุด เหตุที่ใช้ขออยู่ต่อ และสถานะผู้ติดตาม (ถ้ามี) โดยไม่อาศัยเพียงวันหมดอายุวีซ่าบนเอกสาร
- กำหนดผู้ประสานงาน แยกผู้รับผิดชอบเรื่องกรมการจัดหางาน เรื่อง ตม. และการส่งมอบหลักฐานให้พนักงาน
ขั้นตอนแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานผ่าน e-WorkPermit (บต.53)
ณ วันที่ตรวจสอบ หน้า e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน แสดงบริการสำหรับนายจ้างชื่อ “การแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้าง” ตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง / มาตรา 46 วรรคสาม (แบบ บต.53) จึงใช้เป็นจุดเริ่มต้นตรวจช่องทางยื่นปัจจุบันได้
- เข้าสู่ระบบ e-WorkPermit ด้วยบัญชีที่มีสิทธิของนายจ้าง ตรวจว่าบริษัทและพนักงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลในระบบถูกต้อง
- เลือกหมวดบริการเกี่ยวกับการแจ้งการจ้างหรือการออกจากงาน จากนั้นเลือกบริการแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้าง (บต.53)
- ตรวจข้อมูลลูกจ้างและวันที่ออกจากงาน ระบุเหตุแห่งการออกจากงานให้สอดคล้องกับเอกสารของบริษัท
- แนบเอกสารตามที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่กำหนด ตรวจความครบถ้วนก่อนส่งคำแจ้ง ไม่ใช้รายการเอกสารของคำขอประเภทอื่นแทนโดยอัตโนมัติ
- ส่งรายการและเก็บหลักฐานรับแจ้ง ติดตามสถานะจนมีหลักฐานที่แสดงว่ารายการได้รับการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ลำดับข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับผู้ประสานงานตามชื่อบริการที่ปรากฏบนระบบ ไม่ใช่ภาพจำลองปุ่มหรือคำรับรองว่าทุกบัญชีเห็นหน้าจอเหมือนกัน ระบบอาจเปลี่ยนรายละเอียดเมนูและเงื่อนไขการแนบเอกสารได้ หากบัญชีไม่พบพนักงานหรือส่งรายการไม่ได้ ให้ตรวจปัญหาผ่านช่องทางช่วยเหลือใน e-WorkPermit หรือสอบถามสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบ
เอกสารแจ้งออกจากงานและยกเลิก Work Permit ที่ควรเตรียม
สำนักงานจัดหางานมีตัวอย่างรายการเอกสารสำหรับการแจ้งยกเลิกการอนุญาตทำงานด้วย บต.53 แต่รายการที่ต้องใช้จริงอาจต่างกันตามรูปแบบการยื่น ประเภทนายจ้าง และข้อเท็จจริงของคนต่างด้าว ให้ตรวจคำขอที่แสดงในระบบหรือสอบถามสำนักงานที่รับผิดชอบก่อนยื่น
| กลุ่มเอกสาร | รายการที่ควรตรวจ |
|---|---|
| ข้อมูลการออกจากงาน | แบบแจ้งออกจากงาน บต.53, วันที่สิ้นสุดการจ้าง, เหตุแห่งการออกจากงาน และหลักฐานประกอบจากบริษัท |
| ข้อมูลคนต่างด้าว | สำเนาใบอนุญาตทำงานหรือข้อมูลใบอนุญาต และสำเนาหนังสือเดินทางตามที่รายการคำขอกำหนด |
| ข้อมูลนายจ้าง | เอกสารแสดงตัวตนนายจ้างหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล และลายมือชื่อผู้มีอำนาจตามเงื่อนไข |
| กรณีมอบอำนาจ | หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประจำตัวผู้รับมอบอำนาจตามรายการที่หน่วยงานกำหนด |
| หลักฐานหลังยื่น | หลักฐานรับแจ้งหรือสถานะรายการจากระบบ วันที่ดำเนินการ และผู้รับผิดชอบ |
อ้างอิงตัวอย่างเอกสาร: สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 — การแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน / แบบ บต.53 เอกสารนี้ใช้เป็นรายการตรวจเตรียม ไม่ควรอ้างว่าเป็นรายการเดียวที่ครอบคลุมทุกช่องทางในปี 2569
แจ้งออกจากงานแล้ว ต้องยกเลิก Non-B Visa หรือแจ้งพ้นหน้าที่ด้วยไหม?
ต้องตรวจฐานสิทธิในการพำนักของพนักงานก่อนตอบ หากบุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในประเทศไทยด้วยเหตุทำงานกับนายจ้างที่สิ้นสุดการจ้าง การเปลี่ยนแปลงเหตุแห่งการอยู่ต่ออาจทำให้สิทธิอยู่ต่อเดิมสิ้นสุดลงตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกรณีนั้น การแจ้งออกของกรมการจัดหางานเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบว่าพนักงานอยู่ต่อได้ถึงวันใด
ตามคำชี้แจงเกี่ยวกับการแจ้งพ้นหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย เอกสารที่ใช้ในกรณีการอยู่ต่อเพราะทำงานมีตัวอย่างเช่น หนังสือบริษัทที่ระบุวันที่พ้นหน้าที่ หนังสือรับรองบริษัท เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือเดินทางของผู้พ้นหน้าที่ โดยให้ติดต่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบการอนุญาตให้อยู่เดิมเพื่อยืนยันขั้นตอน
สำหรับการแยกวันวีซ่ากับวันอนุญาตให้อยู่ อ่าน Visa Validity กับ Duration of Stay ต่างกันอย่างไร และ คู่มือต่อวีซ่า Non-B เพื่อเข้าใจว่าเป็นคนละประเด็นกับการแจ้งออกจากงาน
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย — Procedures when foreigners change their employer or terminate employment (เผยแพร่ปี 2566; ใช้อธิบายหลักการและรายการเอกสาร โดยให้ตรวจวิธีปฏิบัติล่าสุดกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนดำเนินการ)
ถ้าพนักงานจะเปลี่ยนนายจ้าง หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ BOI / แรงงาน MOU ต้องทำเหมือนกันไหม?
ไม่ควรใช้ขั้นตอนเดียวกับทุกกลุ่ม เนื่องจากประเภทใบอนุญาต สิทธิประโยชน์ และเหตุแห่งการพำนักอาจแตกต่างกัน
กรณี 1: ลาออกและเตรียมไปทำงานกับบริษัทใหม่
สำหรับแผนย้ายไปบริษัทใหม่ อ่าน ขั้นตอนเปลี่ยนนายจ้าง Work Permit เพื่อเตรียมคำขอและตรวจสิทธิทำงานของนายจ้างใหม่ โดยแยกจากหน้าที่แจ้งออกของบริษัทเดิม
บริษัทเดิมต้องตรวจหน้าที่แจ้งออกตามกรณี ส่วนบริษัทใหม่และพนักงานต้องตรวจการเปลี่ยนนายจ้างหรือคำขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรให้เริ่มทำงานกับนายจ้างใหม่โดยถือว่าใบอนุญาตเดิมใช้ได้ทันที และควรวางแผนสิทธิพำนักควบคู่กัน
กรณี 2: ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ BOI
บริษัทควรตรวจการแจ้งพ้นตำแหน่งหรือสิทธิผู้เชี่ยวชาญในระบบ BOI แยกจากหน้าที่เกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน้า FAQ ของ BOI มีคำถามเฉพาะเรื่องการแจ้งพ้นตำแหน่ง จึงไม่ควรใช้ บต.53 เป็นคำตอบครบทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ ดูบริการ BOI Visa & Work Permit
กรณี 3: แรงงานภายใต้ MOU
ต้องตรวจเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานและบทกฎหมายที่ใช้กับรายนั้น ซึ่งบางสถานการณ์มีหน้าที่แจ้งต่อผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานหรือหน่วยงานภายในกรอบเวลาอื่น ไม่ควรใช้กรอบเวลา 15 วันของมาตรา 13 เป็นคำตอบสำหรับทุกหน้าที่
กรณี 4: พนักงานยังถือวีซ่าประเภทอื่นหรือมีสิทธิพำนักอีกฐานหนึ่ง
ให้ตรวจเอกสารและเหตุแห่งการอนุญาตจริงก่อนสรุปว่าอยู่ต่อได้หรือไม่ได้ การแจ้งออกจากงานกับกรมการจัดหางานไม่ใช่การพิจารณาสิทธิพำนักแทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
EMPLOYER CHECKLIST
Checklist เมื่อพนักงานต่างชาติพ้นงาน: แบ่งงานก่อนและหลังวันลาออก
รายการนี้เป็นเครื่องมือจัดการงานภายในองค์กร ไม่ใช่รายการขั้นตอนบังคับเดียวกันสำหรับคนต่างด้าวทุกประเภท
BEFORE LAST WORKING DAY
ก่อนวันสิ้นสุดการจ้าง
- ยืนยันวันพ้นงานและเหตุแห่งการออก
- ตรวจประเภทใบอนุญาต / BOI / MOU
- เตรียมข้อมูลนายจ้างและคนต่างด้าว
- ตรวจวันอนุญาตให้อยู่และผู้ติดตาม
- ติดต่อ ตม. ล่วงหน้าหากสิทธิอยู่ต่ออิงกับงาน
AFTER / ON TERMINATION
เมื่อพ้นงานและหลังจากนั้น
- แจ้งออกจากงานตามแบบและกำหนดเวลาที่ใช้
- ตรวจรายการ บต.53 ใน e-WorkPermit ตามกรณี
- ดำเนินการกับ ตม. ตามฐานสิทธิพำนักจริง
- เก็บหลักฐานยื่นและผลรับแจ้ง
- บันทึกผู้รับผิดชอบ วันที่ดำเนินการ และรายการที่ยังค้าง
สำหรับองค์กรที่มีพนักงานต่างชาติหลายราย ควรเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและจำกัดสิทธิการเข้าถึงสำเนาหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานตามความเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกเลิก Work Permit เมื่อพนักงานลาออก
แบบ บต.53 ใช้ทำอะไร?
แบบ บต.53 เป็นแบบแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานของนายจ้างตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรมการจัดหางานมีบริการนี้ใน e-WorkPermit ข้อมูลหลักคือคนต่างด้าว นายจ้าง วันและเหตุแห่งการออกจากงาน ไม่ใช่คำขอวีซ่าหรือหลักฐานการอนุญาตให้อยู่ต่อ
พนักงานลาออกแล้ว นายจ้างมีเวลาแจ้งกี่วัน?
หน้าที่แจ้งตามมาตรา 13 มีกรอบเวลาทั่วไป 15 วันนับแต่วันที่ออกจากงาน แต่บางประเภท เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับการนำแรงงานเข้ามาทำงานตามเงื่อนไขเฉพาะ อาจมีหน้าที่แจ้งอื่นภายในระยะเวลาต่างกัน จึงต้องตรวจฐานการอนุญาตและกฎหมายที่ใช้จริง
แจ้งออกจากงานใน e-WorkPermit แล้วถือว่ายกเลิกวีซ่าเสร็จหรือไม่?
ไม่ถือว่าเสร็จโดยอัตโนมัติ การแจ้งออกกับกรมการจัดหางานกับการจัดการเหตุแห่งการอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นคนละเรื่อง ถ้าสิทธิพำนักผูกกับงานที่สิ้นสุด ควรติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทันทีตามกรณี
ถ้าพนักงานไปทำงานกับบริษัทใหม่ ต้องดำเนินการเหมือนลาออกถาวรหรือไม่?
ต้องตรวจทั้งหน้าที่ของบริษัทเดิมและคำขอหรือการเปลี่ยนรายการที่เกี่ยวกับบริษัทใหม่ ไม่ควรถือว่าแจ้งออกอย่างเดียวทำให้เริ่มงานใหม่ได้ และต้องตรวจสิทธิพำนักที่เกี่ยวข้องด้วย
ผู้เชี่ยวชาญ BOI ลาออก ใช้ บต.53 อย่างเดียวได้ไหม?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น บริษัทที่ใช้สิทธิ BOI ต้องตรวจการแจ้งพ้นตำแหน่งและกระบวนการภายใต้ BOI เพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง รวมถึงประสานกรมการจัดหางานและตรวจคนเข้าเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้อง
หากระบบ e-WorkPermit ไม่พบรายชื่อพนักงานควรทำอย่างไร?
ให้ตรวจบัญชีนายจ้าง ความเชื่อมโยงข้อมูล และสถานะใบอนุญาตก่อน จากนั้นใช้ช่องทางช่วยเหลือในระบบหรือสอบถามสำนักงานจัดหางานที่รับผิดชอบ อย่าถือว่ารายชื่อไม่แสดงหมายความว่าไม่มีหน้าที่แจ้ง
จำเป็นต้องคืนใบอนุญาตทำงานฉบับจริงหรือไม่?
ต้องตรวจรูปแบบใบอนุญาตและคำแนะนำปัจจุบันของสำนักงานจัดหางาน เนื่องจากบางแนวทางและเอกสารเก่ากล่าวถึงการคืนฉบับจริง ขณะที่ระบบการรับแจ้งปัจจุบันมีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ควรให้พนักงานส่งคืนเอกสารโดยไม่มีการตรวจกรณี
BTOOLS IMMIGRATION
ต้องจัดการ Work Permit และสถานะพำนักหลังพนักงานลาออก?
หากบริษัทกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อประสานเรื่องใบอนุญาตทำงาน การแจ้งออกจากงาน หรือการพ้นหน้าที่ของพนักงานต่างชาติ สามารถติดต่อ BTools Immigration เพื่อสอบถามขอบเขตบริการและแนวทางเตรียมเอกสารที่เหมาะกับกรณีได้
แหล่งข้อมูลทางการ
- กรมการจัดหางาน — ระบบ e-WorkPermit (แสดงบริการ บต.53)
- สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 — การแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน / บต.53 และรายการเอกสาร
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 — บทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งออกจากงาน
- กรมการจัดหางาน — ข่าวการให้บริการ e-WorkPermit เริ่ม 13 ตุลาคม 2568 และแนวทางช่วยเหลือ
- เว็บไซต์รัฐบาลไทย — ขั้นตอนเมื่อคนต่างด้าวเปลี่ยนนายจ้างหรือพ้นหน้าที่ (เผยแพร่ปี 2566)
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแจ้งผู้เชี่ยวชาญพ้นตำแหน่ง
ตรวจสอบเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 · บทความนี้เป็นแนวทางข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี กฎหมาย ขั้นตอนและหน้าระบบอาจเปลี่ยนได้ ผู้ดำเนินการควรตรวจประเภทการอนุญาต เอกสาร และคำแนะนำของหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นจริง
